eBay ไม่ได้แค่เปิดโอกาสให้ขายของ แต่ยังมีเครื่องมือช่วยดันสินค้าให้เจอลูกค้ามากขึ้น ปัจจุบัน eBay เชื่อมต่อผู้ขายกับผู้ซื้อที่ใช้งานอยู่ทั่วโลกประมาณ 136 ล้านคน และเป็นหนึ่งในมาร์เก็ตเพลสขนาดใหญ่ของโลก ด้วยการใช้ประโยชน์จากตลาดขนาดใหญ่นี้ ร้านค้าออนไลน์ที่มีอยู่สามารถเข้าถึงลูกค้าจากหลายประเทศ เพิ่มยอดขาย และขยายธุรกิจให้โตขึ้นเรื่อยๆ
อย่าลืมว่า ถึงจะมีร้าน Shopify อยู่แล้ว การขยายไปสู่หลายช่องทางขาย เช่น eBay คืออีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ไม่พลาดโอกาสทองทางธุรกิจ เจ้าของร้าน Shopify ยังสามารถใช้ eBay เป็นช่องทางขายเสริม โดยแชร์สินค้าที่มีอยู่ไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมจัดการแค็ตตาล็อก สต็อก และออเดอร์จากระบบกลางได้สะดวกขึ้น
การขายบน eBay เริ่มได้ง่ายๆ ด้วยการตั้งค่าบัญชี จากนั้นก็เพิ่ม ปรับแต่ง และโปรโมตสินค้า ตั้งค่าการจัดส่ง รวมถึงเชื่อมต่อกับ Shopify ได้ในไม่กี่คลิก
ในคู่มือการขายบน eBay นี้ คุณจะได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนแบบครบถ้วน ตั้งแต่สิ่งที่ต้องเตรียม การสร้างบัญชีผู้ขาย การลงรายการสินค้า การตั้งราคา การจัดส่ง การรับเงิน ค่าธรรมเนียม ไปจนถึงทิปส์ที่คนขายของออนไลน์ไม่ควรพลาด
ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเริ่มขายบน eBay
ก่อนเริ่มขายบน eBay ให้เตรียมข้อมูลและระบบพื้นฐานเหล่านี้ให้พร้อม
- บัญชี eBay เลือกประเภทบัญชีให้เหมาะกับรูปแบบการขาย ผู้ขายใหม่มักมีขีดจำกัดการลงขายในช่วงแรก และขีดจำกัดจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีประวัติการขายและฟีดแบ็กที่ดีขึ้น
- บัญชีธนาคาร eBay จ่ายเงินให้ผู้ขายผ่านการโอนเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง จึงต้องเชื่อมบัญชีธนาคารกับบัญชีผู้ขาย
- เอกสารยืนยันตัวตนและข้อมูลภาษี eBay อาจขอข้อมูลยืนยันตัวตนและรายละเอียดภาษีตามประเทศที่อยู่และประเภทธุรกิจ
- ข้อมูลสินค้า เตรียมชื่อสินค้า คำอธิบาย ราคา รูปภาพ และรายละเอียดสำคัญต่างๆ ให้ครบก่อนลงขาย หากเคยลงขายสินค้าที่คล้ายกัน สามารถใช้ฟีเจอร์ “sell similar” เพื่อคัดลอกรายการเดิมแล้วแก้รายละเอียดแทนการสร้างใหม่ทั้งหมด
- แผนการจัดส่ง ตัดสินใจก่อนว่าจะจัดส่งเอง ใช้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภายนอก หรือทำดรอปชิปปิ้ง พร้อมกำหนดเวลาและต้นทุนจัดส่งให้ชัดเจน
ทิปส์: ก่อนเชื่อมต่อ eBay กับ Shopify ควรตรวจสอบชื่อสินค้า คำอธิบาย ราคา และรูปภาพใน Shopify ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้การซิงค์รายการสินค้า สต็อก และออเดอร์ทำงานได้ราบรื่น
วิธีขายบน eBay สำหรับมือใหม่ใน 7 ขั้นตอน
- สมัครบัญชี eBay และเลือกประเภทบัญชีผู้ขาย
- ตั้งค่าบัญชีผู้ขาย
- สร้างรายการสินค้า
- ปรับชื่อ คำอธิบาย และราคาสินค้าให้น่าสนใจ
- ตั้งค่าการจัดส่งและการคืนสินค้า
- ทำความเข้าใจการรับเงินและภาษีบน eBay
- เชื่อมต่อ eBay กับร้านค้า Shopify
1. สมัครบัญชี eBay และเลือกประเภทบัญชีผู้ขาย
หากเพิ่งเริ่มขายบน eBay ขั้นตอนแรกคือเลือกประเภทบัญชีให้เหมาะกับรูปแบบการขาย
- บัญชีส่วนบุคคล เหมาะกับผู้ขายทั่วไป หรือคนที่ขายเป็นครั้งคราว การลงขายทำได้ฟรีในระดับหนึ่ง แต่จะมีขีดจำกัดการขายที่ต่ำกว่า และมีตัวเลือกด้านแบรนด์น้อยกว่า
- บัญชีธุรกิจ เหมาะกับผู้ขายที่ขายเป็นประจำ มีแบรนด์ของตัวเอง หรือขายควบคู่กับร้าน Shopify โดยบัญชีประเภทนี้รองรับการแสดงชื่อธุรกิจ การปรับแต่งแบรนด์ และเครื่องมือผู้ขายขั้นสูง
ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่จดทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของคนเดียว บริษัท หรือรูปแบบอื่นๆ สามารถเปิดบัญชีผู้ขายผ่านหน้าลงทะเบียนได้เลย โดยจะต้องกรอกข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ชื่อธุรกิจ ประเภทของธุรกิจ และที่อยู่
- ไปที่หน้าลงทะเบียน
- กรอกชื่อธุรกิจและอีเมล
- ตั้งรหัสผ่าน
- ระบุสถานที่ตั้งธุรกิจ
- คลิก “สร้างบัญชี”
ในขั้นตอนนี้สามารถตั้งชื่อผู้ใช้งานได้ด้วย และเปลี่ยนภายหลังได้
|
บัญชีส่วนบุคคล |
บัญชีธุรกิจ |
|
|---|---|---|
|
เหมาะกับ |
ผู้ขายทั่วไปที่ขายสินค้าเป็นครั้งคราว หรือเพิ่งเริ่มขายบน eBay |
ผู้ขายที่ทำเป็นธุรกิจจริงจัง แบรนด์ และร้านค้าออนไลน์ รวมถึงร้าน Shopify ที่ต้องการขยายไปขายต่างประเทศ |
|
ค่าใช้จ่าย |
สมัครบัญชีฟรี โดยมีค่าธรรมเนียมเมื่อขายสินค้าและค่าบริการเพิ่มเติมตามการใช้งาน |
สมัครบัญชีฟรีเช่นกัน หากเปิด eBay Store จะมีค่ารายเดือน โดยแพ็กเกจเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 167 บาท/เดือน เมื่อเลือกแผนรายปี* |
|
ข้อมูลที่ต้องใช้ |
ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชีธนาคาร และข้อมูลสำหรับยืนยันตัวตนตามที่ eBay กำหนด |
ข้อมูลธุรกิจ บัญชีธนาคารของธุรกิจ และเอกสารสำหรับยืนยันธุรกิจตามที่ eBay กำหนด |
|
ขีดจำกัดและค่าธรรมเนียม |
โดยทั่วไปลงขายได้สูงสุด 250 รายการต่อเดือนโดยไม่มีค่าลงประกาศ จากนั้นมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม และมีค่าธรรมเนียมเมื่อขายได้ |
หากสมัคร eBay Store บางแพ็กเกจจะได้โควตาลงขายฟรีมากขึ้น ค่าธรรมเนียมบางประเภทต่ำลง และมีเครื่องมือสำหรับจัดการร้านและทำการตลาดเพิ่มขึ้น |
*ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 6 ตุลาคม 2026 ทั้งนี้ยอดจริงอาจเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยนและประเทศที่ใช้เปิดร้าน
2. ตั้งค่าบัญชีผู้ขาย
หลังจากสร้างบัญชีแล้ว eBay จะส่งอีเมลมาให้ยืนยันบัญชี ให้กดลิงก์ยืนยันในอีเมลเพื่อเปิดใช้งาน
จากนั้นระบบจะพาไปยังขั้นตอนต่างๆ เพื่อกรอกข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น ประเภทของธุรกิจ เจ้าของคนเดียว ธุรกิจจดทะเบียน หรือองค์กรไม่แสวงหากำไร รวมถึงที่อยู่ธุรกิจ ข้อมูลผู้ติดต่อ รายละเอียดผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และบัญชีธนาคาร
เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนยืนยัน แล้วจะเข้าสู่หน้าโฮมเพจของ eBay พร้อมเริ่มขายได้ทันที

3. สร้างรายการสินค้า
วิธีขายบน eBay ขั้นตอนต่อมา หากมีสินค้าพร้อมจำหน่ายอยู่แล้ว ก็สามารถเริ่มลงรายการขายได้เลย แต่ถ้ายังเป็นผู้ขายใหม่ ต้องเพิ่มสินค้าลงในร้านค้าก่อน
เมื่อสินค้าพร้อมแล้ว ให้เลือก “สร้างรายการสินค้า” หรือ “List an item” จากเมนูดรอปดาวน์ Listings ในหน้าผู้ขายของ eBay หรือ Seller Hub
ตั้งค่ารายละเอียดต่อไปนี้สำหรับรายการสินค้าบน eBay
- ชื่อสินค้าหรือรหัสอ้างอิงสินค้า
- รูปและวิดีโอสินค้า
- คำอธิบายสินค้า
- หมวดหมู่และข้อมูลจำเพาะ
- จำนวนสินค้า ราคา น้ำหนัก และตัวเลือกเพิ่มเติม
- ขนาดพัสดุและรายละเอียดการจัดส่ง
- รายละเอียดเฉพาะของสินค้าและตัวเลือก เช่น สี ไซส์
- สภาพสินค้า
- การตั้งค่าราคา
เมื่อพร้อมแล้ว คลิก “List it” หรือ “บันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณ (Save your changes)” เพื่อเผยแพร่รายการสินค้าให้ลูกค้าเห็น

ทิปส์: ถ้ามีสินค้าหลายรายการใน Shopify อยู่แล้ว การใช้ Shopify Marketplace Connect จะช่วยซิงค์รายการสินค้า สต็อก และออเดอร์ระหว่าง Shopify กับ eBay โดยไม่ต้องแก้ข้อมูลด้วยมือทีละรายการ
4. ปรับชื่อ คำอธิบาย และราคาสินค้าให้น่าสนใจ
ผู้ซื้อส่วนใหญ่ค้นหาสินค้าบน eBay ด้วยการใช้คำค้นหรือคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง eBay จึงช่วยจับคู่นักช้อปกับสินค้าที่ตรงกับสิ่งที่ต้องการ และช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น
เปรียบเทียบ “การขายแบบประมูล” กับ “Buy It Now”
เลือกได้ระหว่าง 2 รูปแบบการตั้งราคา
|
ประมูล (Auction) |
Buy It Now |
|
|---|---|---|
|
ลักษณะ |
ผู้ซื้อเสนอราคาแข่งขันกัน และผู้ที่เสนอราคาสูงสุดจะเป็นผู้ชนะเมื่อหมดเวลา |
ผู้ขายตั้งราคาคงที่ และผู้ซื้อสามารถกดซื้อได้ทันที |
|
ระยะเวลาลงขาย |
1, 3, 5, 7 หรือ 10 วัน |
ต่ออายุอัตโนมัติทุกเดือน จนกว่าสินค้าจะขายได้ ผู้ขายยกเลิกประกาศ หรือปิดบัญชี |
|
โอกาสด้านราคา |
ราคาขายอาจสูงกว่าที่คาด หากมีผู้ซื้อแข่งขันเสนอราคากัน |
ราคาสูงสุดจะอยู่ที่ราคาที่ผู้ขายกำหนด |
|
ความเร็วในการขาย |
ต้องรอจนกว่าการประมูลจะสิ้นสุด |
อาจขายได้รวดเร็ว เพราะผู้ซื้อสามารถซื้อได้ทันที |
|
ความเสี่ยงที่จะขายได้ราคาต่ำเกินไป |
มี หากไม่ได้ตั้งราคาขั้นต่ำที่ยอมรับได้ (Reserve Price) |
ไม่มี เพราะขายตามราคาที่กำหนดไว้ |
เคล็ดลับ: หากคุณซิงก์สต็อกจาก Shopify ไปยัง eBay ผ่าน Marketplace Connect การลงขายแบบ Buy It Now จะช่วยให้ตั้งราคาได้สอดคล้องกันทั้ง 2 แพลตฟอร์ม
5. ตั้งค่าการจัดส่งและการคืนสินค้า
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเสนอ “การส่งฟรี” เสมอไป แต่คือการตั้งค่าจัดส่งให้ครอบคลุมต้นทุนจริงและแจ้งผู้ซื้ออย่างชัดเจน เพราะคำสั่งซื้อจำนวนมากอาจเป็นการส่งจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งค่าขนส่ง ระยะเวลาจัดส่ง ภาษี และขั้นตอนศุลกากรเข้ามาเกี่ยวข้อง
“โดยทั่วไป สินค้าที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาจะจัดส่งได้ง่ายที่สุด และสินค้าที่มีอัตราการคืนต่ำก็มีโอกาสสร้างปัญหากับลูกค้าน้อยกว่า” Kristin Stump ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ My Enamel Pins กล่าว
ผู้ขายไทยสามารถตั้งค่าจัดส่งระหว่างประเทศบน eBay โดยเลือกประเทศหรือภูมิภาคที่ต้องการขาย บริการจัดส่ง และค่าขนส่ง รวมถึงปิดกั้นประเทศที่ไม่ต้องการจัดส่งได้
ตัวเลือกที่ควรพิจารณา ได้แก่
- คิดค่าจัดส่งแยกจากราคาสินค้า: เหมาะกับสินค้าที่ค่าขนส่งต่างกันมากตามประเทศปลายทาง โดยเฉพาะสินค้าที่มีน้ำหนักหรือขนาดใหญ่ ผู้ซื้อจะเห็นค่าจัดส่งก่อนชำระเงิน
- ตั้งค่าจัดส่งแบบเหมาจ่าย: หากสินค้ามีน้ำหนักและขนาดใกล้เคียงกัน สามารถกำหนดค่าจัดส่งคงที่สำหรับแต่ละประเทศหรือภูมิภาคได้ ทำให้ควบคุมราคาและกำไรได้ง่ายขึ้น
- รวมค่าจัดส่งไว้ในราคาสินค้า: สามารถใช้กับสินค้าที่มีต้นทุนจัดส่งค่อนข้างคาดการณ์ได้ แล้วแสดงเป็น Free Shipping แต่ควรคำนวณต้นทุนตามตลาดหลักที่ขายจริง ไม่ควรใช้ค่าขนส่งเฉลี่ยเดียวกับทุกประเทศ
- เสนอทั้งแบบมาตรฐานและแบบด่วน: สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการได้รับสินค้าเร็ว สามารถเพิ่มบริการขนส่งด่วนเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง โดยผู้ขายจากไทยอาจใช้ผู้ให้บริการระหว่างประเทศ เช่น DHL Express ซึ่งให้บริการจากไทยไปกว่า 220 ประเทศและดินแดน
การจัดส่งจากไทยไปต่างประเทศ
สำหรับผู้ขายที่มีสินค้าอยู่ในประเทศไทย ไม่ควรอ้างอิง eBay International Shipping หรือบริการพิมพ์ฉลากของ eBay แต่ควรเลือกบริษัทขนส่งที่รับส่งสินค้าจากประเทศไทยไปประเทศปลายทางโดยตรง และตรวจสอบ 4 เรื่องก่อนตั้งค่าบน eBay ได้แก่ ราคา ระยะเวลาจัดส่ง ระบบติดตามพัสดุ และข้อจำกัดของสินค้า
สำหรับการส่งแบบด่วน ตัวอย่างหนึ่งคือ DHL Express ซึ่งรองรับการจัดส่งระหว่างประเทศจากไทยและมีบริการด้านศุลกากร ส่วน DHL eCommerce ในประเทศไทยเน้นบริการจัดส่งภายในประเทศ จึงไม่ควรนำ 2 บริการนี้มาปะปนกันเมื่อตั้งค่าการส่งสินค้าต่างประเทศ
หากขายไปหลายประเทศ ไม่จำเป็นต้องเปิดส่งทั่วโลกตั้งแต่วันแรก อาจเริ่มจากตลาดหลักที่คำนวณค่าขนส่งและระยะเวลาจัดส่งได้แน่นอนก่อน แล้วค่อยเพิ่มประเทศอื่นภายหลัง eBay เปิดให้กำหนดประเทศที่จัดส่งและสร้างรายการประเทศหรือภูมิภาคที่ไม่ต้องการจัดส่งได้
ศุลกากรและภาษีนำเข้า
ภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า มูลค่า และประเทศของผู้ซื้อ ดังนั้นก่อนเปิดขายในประเทศใหม่ ควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทาง รวมถึงสินค้าที่ห้ามหรือจำกัดการนำเข้า eBay ระบุเช่นกันว่าผู้ขายระหว่างประเทศต้องปฏิบัติตามทั้งกฎของประเทศตนเองและประเทศที่ขายสินค้าไป
ตั้งค่านโยบายการคืนสินค้าให้เหมาะกับการขายจากไทย
eBay กำหนดให้ผู้ขายระบุให้ชัดเจนในรายการสินค้าว่ารับคืนสินค้าหรือไม่ รับคืนภายในกี่วัน และใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งคืน ผู้ขายควรพิจารณาต้นทุนการส่งคืนจากต่างประเทศด้วย เพราะบางกรณีค่าขนส่งกลับประเทศไทยอาจสูงกว่ามูลค่าของสินค้า ดังนั้น ก่อนเลือกนโยบาย Free Returns ควรคำนวณต้นทุนส่วนนี้ไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม การตั้งว่า “ไม่รับคืนสินค้า” ไม่ได้หมายความว่าจะปฏิเสธการคืนได้ทุกกรณี หากสินค้าที่ลูกค้าได้รับเสียหาย มีตำหนิ ไม่ตรงกับรายละเอียด หรือได้รับสินค้าผิด โดยทั่วไปผู้ขายจะต้องรับเรื่องคืนสินค้า และหากปัญหาเกิดจากสินค้าไม่ตรงตามที่ลงขาย ผู้ขายอาจต้องรับผิดชอบค่าจัดส่งคืนด้วย ในกรณีสินค้าราคาต่ำและค่าจัดส่งกลับไทยสูงมาก ผู้ขายอาจพิจารณาคืนเงินโดยไม่ขอให้ลูกค้าส่งสินค้ากลับในบางกรณี eBay เองก็รองรับการตั้งกฎให้คืนเงินและให้ผู้ซื้อเก็บสินค้าไว้ได้ หากค่าจัดส่งคืนสูงกว่ามูลค่าของสินค้า
ทิปส์: ก่อนตั้งราคาสินค้าบน eBay ให้คำนวณต้นทุนแบบครบวงจร ไม่ใช่เฉพาะราคาสินค้า แต่รวมค่ากล่อง วัสดุแพ็กสินค้า ค่าขนส่ง ค่าประกันพัสดุ ค่าธรรมเนียม eBay และต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นจากการคืนสินค้าระหว่างประเทศด้วย

ตั้งค่าระยะเวลาเตรียมจัดส่งในหน้าการตั้งค่าของ eBay
6. ทำความเข้าใจการรับเงินและภาษีบน eBay
eBay จัดการการชำระเงินโดยตรง และรองรับช่องทางชำระเงินหลายแบบ ขึ้นอยู่กับราคาสินค้า ที่อยู่ผู้ซื้อ และหมวดหมู่สินค้า และ eBay รองรับช่องทางการชำระเงินดังนี้
- Apple Pay และ Google Pay
- บัตรเครดิตและเดบิต
- บัตรของขวัญ eBay, บัตรกำนัล eBay และ eBay Bucks
- PayPal และ PayPal Credit
- ชำระเงินเมื่อรับสินค้า
- ยอดเงินที่ใช้ได้ในบัญชี eBay
ในบางกรณี eBay อาจรองรับการโอนเงินผ่านธนาคาร เช็ก การโอนเงินแบบ Wire Transfer และธนาณัติด้วย
จะได้รับเงินเมื่อไหร่
หลังขายสินค้าได้ eBay จะหักค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง แล้วโอนเงินส่วนที่เหลือเข้าบัญชีธนาคารที่เชื่อมไว้ สามารถตั้งรอบการรับเงินได้ เช่น รายวัน รายสัปดาห์ ทุก 2 สัปดาห์ หรือรายเดือน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบัญชีและประเทศที่ใช้งาน
โดยทั่วไป eBay จะส่งเงินภายใน 1-3 วันทำการหลังผู้ซื้อชำระเงิน แต่บัญชีผู้ขายใหม่อาจถูกพักเงินไว้ชั่วคราวได้นานขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงและตรวจสอบประวัติการขาย
เรื่องภาษีที่ผู้ขายควรรู้
กฎภาษีจะแตกต่างกันไปตามประเทศและพื้นที่ หากมียอดขายสูงหรือมีจำนวนธุรกรรมมาก eBay อาจออกเอกสารรายงานรายรับตามข้อกำหนดท้องถิ่น ผู้ขายควรเก็บบันทึกยอดขาย ค่าใช้จ่าย ค่าจัดส่ง บรรจุภัณฑ์ ค่าธรรมเนียม eBay และรายการคืนสินค้าให้ละเอียด
หากกิจกรรมการขายถูกจัดเป็นธุรกิจ ค่าใช้จ่ายบางอย่างอาจนำไปใช้คำนวณภาษีได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อให้แน่ใจว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดในพื้นที่ของตนเอง
หมายเหตุ: เกณฑ์การรายงานภาษีแตกต่างกันในแต่ละประเทศและพื้นที่ ควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานภาษีที่เกี่ยวข้องหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสำหรับกรณีของคุณโดยเฉพาะ
7. เชื่อมต่อ eBay กับร้านค้า Shopify
หากต้องการซิงค์ Shopify เข้ากับ eBay ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการใช้ Shopify Marketplace Connect เครื่องมือนี้ถือเป็นวิธีที่เร็วและง่ายที่สุดในการขยายยอดขายไปยังมาร์เก็ตเพลสระดับโลก
ขายอะไรดีบน eBay ในปี 2027? ถึงเวลาหาสินค้าที่ใช่
คุณสามารถลงขายสินค้าบน eBay ได้ทั้งสินค้าใหม่ สินค้ามือสอง และสินค้าที่ผ่านการปรับสภาพ โดยมีสินค้าให้เลือกขายในหลากหลายหมวดหมู่
หมวดหมู่สินค้าหลักบน eBay พร้อมตัวอย่างสินค้า ได้แก่
- ยานยนต์: อะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เสริม ไฟรถ และอุปกรณ์เพิ่มสมรรถนะ
- อิเล็กทรอนิกส์: โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ กล้อง และวิดีโอเกม
- ของสะสมและงานศิลปะ: ของสะสมเกี่ยวกับกีฬา ตุ๊กตา เครื่องประดับวินเทจ และอุปกรณ์งานฝีมือ
- บ้านและสวน: เครื่องใช้ในครัว สินค้าสำหรับพื้นที่กลางแจ้ง และอุปกรณ์ปรับปรุงบ้าน
- เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับแฟชั่น: เดรส รองเท้าสนีกเกอร์ เสื้อโค้ตและแจ็กเก็ต กระเป๋าถือ
- ของเล่นและงานอดิเรก: การ์ดเกมสะสม แอ็กชันฟิกเกอร์ และรถของเล่น
- อุปกรณ์กีฬา: อุปกรณ์กอล์ฟ ล่าสัตว์ ปั่นจักรยาน ตกปลา และกีฬาฤดูหนาว
- หนังสือ ภาพยนตร์ และเพลง: หนังสือและเครื่องอ่านอีบุ๊ก DVD, CD เครื่องดนตรี และอุปกรณ์เครื่องเสียง
- สุขภาพและความงาม: น้ำหอม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และสินค้าเพื่อสุขภาพ ก่อนลงขายควรตรวจสอบนโยบายสินค้าที่มีข้อจำกัดของ eBay เนื่องจากสินค้าบางประเภทอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม
- ธุรกิจและอุตสาหกรรม: อุปกรณ์ทางการแพทย์และสุขภาพ อุปกรณ์การผลิต และเครื่องจักร
- เครื่องประดับและนาฬิกา: แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ นาฬิกา และอุปกรณ์เสริมนาฬิกา
- สินค้าแม่และเด็ก: รถเข็นเด็ก ผ้าอ้อม อุปกรณ์ป้อนอาหาร และของเล่น
- อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง: กรง ตู้ปลา และบ้านสำหรับสัตว์ขนาดเล็ก
- ตั๋วและการเดินทาง: กระเป๋าเดินทาง ตั๋ว และกิจกรรมหรือประสบการณ์ต่างๆ
ค่าธรรมเนียมการขายบน eBay มีอะไรบ้าง
ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ขายบน eBay นั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา โดยมีค่าธรรมเนียมหลัก 2 ประเภทที่ต้องรู้
- ค่าธรรมเนียมการลงขายสินค้า จะเสียค่าธรรมเนียมนี้เมื่อทำการลงประกาศสินค้าในระบบของ eBay โดยทั่วไปแล้วจะฟรีสำหรับผู้ขายทั่วไปที่ลงรายการไม่เกิน 250 รายการต่อเดือน หากเกินจากนั้น eBay จะคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ไม่ว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่
- ค่าธรรมเนียมการขาย หากสินค้าขายได้ eBay จะคิดค่าธรรมเนียมเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายรวม ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 2.5% ถึง 15.3% หรือราว 3% ถึง 15% ขึ้นอยู่กับหมวดหมู่สินค้า นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมคงที่ต่อออเดอร์ โดยมักอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 40 เซ็นต์สหรัฐ ตามมูลค่าคำสั่งซื้อ
แพ็กเกจ eBay Store ที่เลือกจะเป็นตัวกำหนดจำนวนรายการที่ลงขายได้โดยไม่เสียค่าลงประกาศ และค่าธรรมเนียมเมื่อลงเกินโควตา
|
แพ็กเกจร้าน |
ค่าบริการรายเดือน |
จำนวนสินค้า Buy It Now ที่ลงได้ฟรี/เดือน |
ลงประกาศเพิ่มเติม/รายการ |
|---|---|---|---|
|
Starter |
≈165 บาท |
≈250 บาท |
≈10 บาท |
|
Basic |
≈725 บาท |
≈1,000 บาท |
≈8 บาท |
|
Premium |
≈1,980 บาท |
≈10,000 บาท |
≈3 บาท |
|
Anchor |
≈9,900 บาท |
≈25,000 บาท |
≈1.65 บาท |
|
Enterprise |
≈99,000 บาท |
≈100,000 บาท |
≈1.65 บาท |
ทิปส์: ก่อนลงขาย ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมการลงประกาศและค่าธรรมเนียมเมื่อขายสินค้าได้ของแต่ละหมวดหมู่ใน Seller Center ของ eBay เพราะอัตราอาจแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า
ระดับผู้ขายบน eBay และความน่าเชื่อถือของร้าน
eBay จะประเมินผลงานของผู้ขายเป็นประจำทุกเดือน โดยดูจากตัวชี้วัดสำคัญ เช่น จำนวนกรณีปัญหาที่ eBay ต้องเข้ามาช่วยแก้ไข อัตราคำสั่งซื้อที่มีปัญหา การยกเลิกคำสั่งซื้อ และประสิทธิภาพในการจัดส่ง ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อระดับผู้ขายและความน่าเชื่อถือของร้าน
ระดับผู้ขายหลักมี 3 ระดับ
- ต่ำกว่ามาตรฐาน ผลงานต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของ eBay อาจถูกจำกัดสิทธิ์ในการขาย และอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเมื่อขายสินค้าได้สูงขึ้น จนกว่าผลงานจะกลับมาอยู่ในระดับที่กำหนด
- ได้มาตรฐาน ผลงานเป็นไปตามมาตรฐานของ eBay สามารถขายสินค้าได้ตามปกติ และเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราทั่วไป
- ผู้ขายระดับยอดเยี่ยม ผลงานสูงกว่ามาตรฐาน มีประวัติการขายที่ดี และปฏิบัติตามนโยบายของ eBay อย่างสม่ำเสมอ สถานะนี้จะแสดงในโปรไฟล์ผู้ขายและอาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้าน
ผู้ขายระดับยอดเยี่ยมที่เตรียมจัดส่งภายในวันเดียวกันหรือ 1 วันทำการ และเสนอให้คืนสินค้าได้อย่างน้อย 30 วัน อาจมีสิทธิ์ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น
- ตรารับรองผู้ขายระดับยอดเยี่ยมแสดงในผลการค้นหาและหน้าสินค้า
- ส่วนลด 10% สำหรับค่าธรรมเนียมเมื่อขายสินค้าได้
ควรตรวจสอบผลการขายใน Seller Dashboard เป็นประจำ หากระดับลดลงเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน ให้รีบแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น การยกเลิกคำสั่งซื้อ การจัดส่งล่าช้า หรือกรณีที่ลูกค้าต้องให้ eBay เข้ามาช่วยแก้ไข เพื่อให้ระดับผู้ขายกลับมาดีขึ้นในการประเมินรอบถัดไป
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ควรเลี่ยงเมื่อขายบน eBay
ผู้ขายใหม่บน eBay มักเจอปัญหาคล้ายๆ กัน การเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยลดเคสหลังการขายและเพิ่มโอกาสได้ฟีดแบ็กที่ดี
- ใช้ภาพคุณภาพต่ำหรือไม่ชัด ภาพแรกมีผลต่อการคลิกจากผลการค้นหา ควรใช้ภาพคมชัด มีแสงเพียงพอ และถ่ายตำหนิจริงของสินค้าให้ครบ
- คำอธิบายสินค้าคลุมเครือหรือไม่ตรงจริง กรอกข้อมูลแบรนด์ ไซส์ สภาพ รุ่น และรายละเอียดเฉพาะให้ครบ เพื่อช่วยลดข้อร้องเรียนและเคสที่ส่งผลต่อระดับผู้ขาย
- ตั้งค่าจัดส่งผิด ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดพัสดุหลังแพ็กก่อนลงขายเสมอ เพื่อไม่ให้ขาดทุนจากค่าจัดส่งหรือสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้ลูกค้า
- ไม่ติดตามฟีดแบ็ก ควรดูรีวิวและตอบกลับอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะรีวิวเชิงลบ เพราะคะแนนและฟีดแบ็กมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
ภาพประกอบโดย Pete Ryan
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีขายบน eBay
ต้องอายุเท่าไหร่จึงจะขายของบน eBay ได้?
คุณต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี จึงจะสามารถเปิดบัญชีและขายสินค้าบน eBay ได้
ขายสินค้าอะไรก็ได้บน eBay หรือไม่?
ไม่ได้ eBay มีรายการสินค้าต้องห้ามและสินค้าที่มีข้อจำกัด เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาวุธปืน วัตถุอันตราย ผลิตภัณฑ์ยาสูบ และสัตว์มีชีวิต นอกจากนี้ สินค้าบางประเภท เช่น เครื่องสำอางและอาหาร ยังมีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม ผู้ขายจึงควรตรวจสอบทั้งนโยบายของ eBay และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศที่ขายและจัดส่งสินค้า
ทำอย่างไรให้ระดับผู้ขายบน eBay ดีขึ้น?
eBay พิจารณาหลายปัจจัยก่อนกำหนดระดับผู้ขาย เช่น ความรวดเร็วในการจัดส่งและมาตรฐานการบริการลูกค้า ผู้ขายสามารถรักษาหรือพัฒนาระดับบัญชีได้ด้วยการลงรายละเอียดสินค้าให้ตรงกับความเป็นจริง จัดส่งตรงเวลา แก้ไขปัญหาหรือข้อร้องเรียนของลูกค้าอย่างรวดเร็ว และปฏิบัติตามนโยบายการขายของ eBay
หากลูกค้าซื้อหลายชิ้น รวมค่าจัดส่งได้หรือไม่?
ได้ eBay อนุญาตให้ผู้ขายรวมค่าจัดส่งสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าหลายชิ้นในคำสั่งซื้อเดียวกัน เพื่อช่วยลดค่าจัดส่ง ผู้ขายสามารถตั้งค่าการรวมใบแจ้งยอด รวมถึงกำหนดกฎส่วนลดค่าจัดส่งหรือคำนวณค่าจัดส่งอัตโนมัติสำหรับคำสั่งซื้อที่เข้าเงื่อนไขได้

