หากคุณกำลังเข้าชมเว็บไซต์ใด ๆ บนอินเทอร์เน็ต มีโอกาสสูงที่เว็บไซต์นั้นจะใช้ WordPress เป็นแพลตฟอร์มโฮสต์ โดยจากข้อมูลของ W3Techs พบว่า WordPress ถูกใช้งานโดยเว็บไซต์ถึง 60.7% ของเว็บไซต์ทั้งหมดที่ทราบระบบจัดการเนื้อหา ซึ่งคิดเป็น 43.3% ของเว็บไซต์ทั้งหมดทั่วโลก
WordPress เป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะใช้งานง่าย โดยบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจวิธีการตั้งค่าเว็บไซต์ WordPress เลือกระหว่างเวอร์ชันแบบโฮสต์เว็บไซต์เอง (self-hosted) และ ฝากโฮสต์ (managed) เลือกโดเมน ปรับแต่งด้วยธีมและปลั๊กอิน รวมถึงสร้างและเผยแพร่เนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ประเภทต่างๆ
WordPress คืออะไร
WordPress คือระบบจัดการเนื้อหา (Content Management System หรือ CMS) แบบโอเพนซอร์สที่ใช้งานได้ฟรี และช่วยให้สามารถสร้างและจัดการเว็บไซต์หรือบล็อก WordPress ได้ด้วยตนเอง โดยสามารถสร้างเว็บไซต์ WordPress ที่ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบได้ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการปรับแต่งด้วยธีมและปลั๊กอิน รวมถึงการเผยแพร่เนื้อหาได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีความรู้ทางเทคนิคมาก
โดยในปี 2025 WordPress เป็น CMS ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการสร้างเว็บไซต์ทุกประเภท ตั้งแต่บล็อกธรรมดาไปจนถึงพอร์ตโฟลิโอขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะต้องการเริ่มต้นบล็อก เปิดตัวเว็บไซต์ธุรกิจ หรือสร้างตัวตนออนไลน์ที่มีเอกลักษณ์ WordPress ก็มีเครื่องมือและความยืดหยุ่นที่จะช่วยสร้างสรรค์ได้ทั้งสิ้น
WordPress.com กับ WordPress.org ต่างกันอย่างไร
WordPress มีบริการหลัก 2 รูปแบบคือ WordPress.com และ WordPress.org แม้ทั้งสองจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้างและจัดการเว็บไซต์ แต่ก็มีความแตกต่างกันในแง่ของวิธีการโฮสต์ ตัวเลือกการปรับแต่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
WordPress.com
WordPress.com เป็นแพลตฟอร์มแบบฝากโฮสต์ที่ช่วยให้สร้างเว็บไซต์ WordPress ได้โดยไม่ต้องมีบัญชีโฮสต์เว็บไซต์เอง เป็นวิธีที่ง่ายกว่าในการสร้างและจัดการเว็บไซต์ WordPress โดยมีการจัดการการโฮสต์ ความปลอดภัย และการอัปเดตหลักให้ทั้งหมดภายใต้บริการ managed WordPress hosting
WordPress.com มีแพ็กเกจฟรีที่มีฟีเจอร์จำกัดและมีแบรนด์ WordPress.com แสดงอยู่ โดยแพ็กเกจแบบเสียเงินจะมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 9 ดอลลาร์ต่อเดือน (ราว 270 บาท เรียกเก็บรายปี) สำหรับแพ็กเกจ Personal ซึ่งรวมค่าโดเมนที่กำหนดเองและการเข้าถึงธีมแบบพรีเมียมไว้แล้ว ส่วนแพ็กเกจระดับสูงกว่าอย่างแพ็กเกจ Business จะมีค่าบริการที่ 40 ดอลลาร์ต่อเดือน (ราว 1,200 บาท) ในขณะที่แพ็กเกจ Commerce จะอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ต่อเดือน (ราว 2,100 บาท) และมีฟีเจอร์การขายที่ซับซ้อนกว่า
WordPress.org
ในทางตรงกันข้าม WordPress.org ให้บริการซอฟต์แวร์ WordPress เวอร์ชันโอเพนซอร์สที่ดาวน์โหลดได้ เพื่อติดตั้งบนบัญชีโฮสต์เว็บไซต์ของตัวเอง และด้วยธรรมชาติของ WordPress.org ที่ทำงานแบบโฮสต์เว็บไซต์เอง ผู้ใช้งานจึงจะมีความเป็นเจ้าของและควบคุมเว็บไซต์ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงติดตั้งปลั๊กอินหรือธีมใดก็ได้อย่างอิสระ
อย่างไรก็ตาม จะต้องรับผิดชอบจัดการการโฮสต์ ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการอัปเดตซอฟต์แวร์ WordPress เอง ซึ่งต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคมากกว่าการใช้บริการฝากโฮสต์ผ่าน WordPress.com และแม้ WordPress.org จะดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี แต่ค่าโฮสต์เว็บไซต์ก็อาจอยู่ที่ตั้งแต่ไม่กี่ดอลลาร์ไปจนถึงหลายร้อยดอลลาร์ต่อเดือนได้
ธีม WordPress คืออะไร
ธีม WordPress คือเทมเพลตที่กำหนดรูปลักษณ์และเลย์เอาต์ของเว็บไซต์ WordPress โดยจะช่วยให้ผู้ใช้ WordPress เปลี่ยนรูปลักษณ์และฟีลของเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สร้างเว็บไซต์ธุรกิจ บล็อก พอร์ตโฟลิโอ หรือร้านค้าออนไลน์ที่ดูเป็นมืออาชีพได้ง่ายโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ดมากนัก
WordPress มีตัวเลือกหลากหลาย ตั้งแต่ธีมเริ่มต้นไปจนถึงธีมฟรีและพรีเมียมหลายพันแบบที่สร้างโดยชุมชน WordPress ทั้งนี้ยังจะสามารถปรับแต่งธีม WordPress ที่เลือกให้เหมาะสมกับความต้องการ หรือติดตามบทเรียน WordPress ฟรี เพื่อเรียนรู้วิธีการสร้างธีมตั้งแต่เริ่มต้นได้อีกด้วย
ปลั๊กอิน WordPress คืออะไร
ปลั๊กอิน WordPress คือซอฟต์แวร์เสริมที่ขยายฟังก์ชันการทำงานของเว็บไซต์ WordPress โดยปลั๊กอินจะช่วยให้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ลงในเว็บไซต์ WordPress ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ในปัจจุบันมีปลั๊กอิน WordPress ฟรีมากกว่า 59,000 รายการ ซึ่งครอบคลุมความสามารถที่หลากหลาย
ผู้สร้างสามารถค้นหาปลั๊กอินที่ต้องการจาก WordPress Plug-in Directory ได้จากแดชบอร์ดผู้ดูแลระบบ และในระหว่างที่ทำการประเมินปลั๊กอินที่จะติดตั้ง ก็ควรมองหาปลั๊กอินที่ได้รับความนิยม มีการอัปเดตเป็นประจำ เข้ากันได้กับเวอร์ชัน WordPress ที่ใช้งาน และได้รับคะแนนดีจากผู้ใช้รายอื่นด้วย อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังเรื่องการติดตั้งปลั๊กอินมากเกินไป เพราะอาจทำให้เว็บไซต์ช้าลง
โดยประเภทปลั๊กอินยอดนิยม ได้แก่
- ร้านค้าออนไลน์ เพิ่มฟังก์ชันร้านค้าออนไลน์ด้วยปลั๊กอินร้านค้าออนไลน์สำหรับ WordPress เช่น แอป Sell on WordPress ที่ช่วยให้จำหน่ายสินค้าจากเว็บไซต์ผ่าน Shopify ได้อย่างง่ายดายโดยตรง
- การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา (SEO) ปรับปรุงการมองเห็นเว็บไซต์ในเครื่องมือค้นหาด้วยปลั๊กอินอย่าง Yoast SEO หรือ All in One SEO
- ความปลอดภัย ปกป้องเว็บไซต์จากการแฮ็กและมัลแวร์ด้วยปลั๊กอินอย่าง Wordfence Security หรือ Solid Security
- ฟอร์มติดต่อ สร้างฟอร์มที่กำหนดเองด้วยปลั๊กอินอย่าง Forminator หรือ WPForms
- โซเชียลมีเดีย เพิ่มปุ่มแชร์โซเชียลด้วยปลั๊กอินอย่าง Shareaholic หรือ Social Media Share Buttons
- การเพิ่ม Google Analytics ติดตามผู้เข้าชมและแทรฟฟิคเว็บไซต์ด้วยปลั๊กอินอย่าง MonsterInsights หรือ ExactMetrics
- การสำรองข้อมูล สำรองข้อมูลเว็บไซต์อัตโนมัติด้วยปลั๊กอินอย่าง UpdraftPlus หรือ Jetpack
- แคชชิ่ง เพิ่มความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ด้วยปลั๊กอินอย่าง W3 Total Cache หรือ WP Super Cache
จำหน่ายสินค้าบน WordPress ด้วยปลั๊กอิน Shopify
ในขณะนี้ผู้ค้าสามารถเปลี่ยนเว็บไซต์ WordPress ใด ๆ ให้เป็นร้านค้าออนไลน์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบชำระเงินที่สร้างคอนเวิร์สชันได้ดีที่สุดในโลกผ่านปลั๊กอิน Shopify ฟรีอย่าง Sell on WordPress ที่จะช่วยให้เพิ่มสินค้าลงในเว็บไซต์ WordPress ได้

การเพิ่มฟีเจอร์ธุรกิจของ Shopify ช่วยให้
- เปิดตัวได้อย่างรวดเร็ว ติดตั้งปลั๊กอินและเริ่มขายบน WordPress ด้วย Shopify ได้ทันที
- ปรับปรุงอัตราคอนเวิร์สชัน เพิ่มยอดขายด้วยระบบชำระเงินที่สร้างคอนเวิร์สชันได้ดีที่สุดในโลก
- ขายด้วยความมั่นใจ ปลั๊กอินมาพร้อมการเข้ารหัสข้อมูลในตัว การป้องกันการฉ้อโกง และระบบแพลตฟอร์มที่ทำงานได้ 99.9% จากเวลาทั้งหมดที่เว็บไซต์ออนไลน์
โดยรวมแล้ว สามารถแทนที่ปลั๊กอินธุรกิจสำหรับ WordPress ทั้งชุดได้ด้วยปลั๊กอินเพียงตัวเดียว ซึ่งวิธีการทำงานมีดังนี้
- เพิ่มสินค้า ตั้งค่าสินค้าภายในแดชบอร์ดผู้ดูแลระบบ Shopify และเพิ่มรูปภาพกับคำอธิบายสินค้า โดยใช้ Shopify Magic ช่วยสร้างคำอธิบายสำหรับสินค้าแต่ละรายการให้สอดคล้องกับสไตล์แบรนด์
- สร้างหน้าสินค้าและบล็อกโพสต์ สร้างหน้าเว็บใน WordPress และเพิ่มสินค้าลงไปได้ในคลิกเดียวผ่าน WordPress Editor
- เริ่มขายให้กับลูกค้า เริ่มรับชำระเงินได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ระบบชำระเงินของ Shopify เพื่อประมวลผลทุกคำสั่งซื้อ
- ดูแลการดำเนินงาน จัดการธุรกิจทั้งหมด ตั้งแต่การติดตามสินค้าคงคลังไปจนถึงการตรวจสอบข้อมูลวิเคราะห์ ได้โดยตรงภายในแดชบอร์ดผู้ดูแลระบบ Shopify
ประเภทของเว็บไซต์ที่สร้างได้ด้วย WordPress
ไม่ว่าจะต้องการสร้างฟอรัมหรือเปิดตัวเว็บไซต์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก WordPress ก็มีเครื่องมือและความยืดหยุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการสำหรับเว็บไซต์หลายประเภท ได้แก่
- บล็อกส่วนตัว เขียนบล็อกโพสต์ที่แสดงบุคลิกภาพ ความสนใจ และความคิดสร้างสรรค์
- เว็บไซต์สมาชิก สร้างชุมชนและสร้างรายได้แบบต่อเนื่องด้วยการเสนอคอร์สออนไลน์และเนื้อหาพิเศษที่สมาชิกที่จ่ายเงินจะเข้าถึงได้
- เว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็ก โปรโมตธุรกิจและดึงดูดลูกค้าใหม่ด้วยการเน้นย้ำข้อเสนอและความเชี่ยวชาญ
- ร้านค้าออนไลน์ เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์และจำหน่ายสินค้าหรือบริการไปทั่วโลกด้วยการสร้างเว็บไซต์ที่มีฟังก์ชันร้านค้าออนไลน์ครบครัน เช่น ช่องทางชำระเงินและระบบชำระเงินร้านค้าออนไลน์
- เว็บไซต์พอร์ตโฟลิโอ แสดงผลงานสร้างสรรค์ โปรเจกต์ และความสำเร็จด้วยพอร์ตโฟลิโอที่เน้นทักษะและความเชี่ยวชาญ
- เว็บไซต์อีเวนต์ โปรโมตและจัดการอีเวนต์ การประชุม หรือเทศกาลด้วยรายละเอียดอีเวนต์ ตารางเวลา โปรไฟล์วิทยากร และการขายตั๋ว
- เว็บไซต์ฟอรัม สร้างฟอรัมออนไลน์ที่ผู้ใช้สามารถถามคำถาม แบ่งปันไอเดีย และเริ่มการสนทนาเกี่ยวกับหัวข้อเฉพาะทาง
วิธีเริ่มต้นใช้งาน WordPress
- เลือกตัวเลือกการโฮสต์
- เลือกชื่อโดเมน
- ติดตั้ง WordPress
- เลือกธีม
- ตั้งค่าปลั๊กอินที่จำเป็น
- เผยแพร่เนื้อหา
ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ใช้ที่มีประสบการณ์มาก่อน การเริ่มต้นใช้งาน WordPress ก็ทำได้ง่าย ด้วยการทำตามขั้นตอนเหล่านี้
1. เลือกตัวเลือกการโฮสต์
เมื่อตัดสินใจเลือกโครงสร้างสำหรับเว็บไซต์ มีตัวเลือกหลัก ๆ อยู่ 2 แบบ คือใช้บริการแพลตฟอร์ม WordPress แบบโฮสต์เว็บไซต์เองจาก WordPress.org หรือเลือกบริการแบบฝากโฮสต์ที่ WordPress.com
- WordPress.org หากเลือก WordPress แบบโฮสต์เว็บไซต์เอง จะต้องดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์ WordPress แบบโอเพนซอร์สลงบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ของตนเอง ซึ่งให้อิสระในการควบคุมหลังบ้านอย่างเต็มที่และสามารถแก้ไขโค้ดได้
- WordPress.com ตัวเลือกนี้ไม่ต้องจัดการด้านเทคนิคมากนัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมุ่งเน้นไปที่การสร้างเนื้อหามากกว่าเรื่องเทคนิค
2. เลือกชื่อโดเมน
เลือกชื่อโดเมนที่จดจำง่ายและสะท้อนถึงแบรนด์หรือคอนเทนต์
และเมื่อเลือกแพ็กเกจโฮสต์สำหรับเว็บไซต์ WordPress แบบโฮสต์เว็บไซต์เอง ก็ควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความสามารถในการรับส่งข้อมูล (Bandwidth) พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ฟีเจอร์ความปลอดภัย และว่าผู้ให้บริการโฮสต์มีการสนับสนุน WordPress โดยเฉพาะหรือไม่ โดยอาจตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการโฮสต์ตรงตามข้อกำหนดขั้นต่ำของ WordPress เพื่อให้ซอฟต์แวร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ติดตั้ง WordPress
หากต้องการใช้ WordPress แบบโฮสต์เว็บไซต์เอง สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ WordPress แบบโอเพนซอร์สลงบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งผู้ให้บริการโฮสต์ส่วนใหญ่มักอำนวยความสะดวกด้วยกระบวนการติดตั้งแบบคลิกเดียว ช่วยให้ตั้งค่า WordPress ได้อย่างรวดเร็วและเข้าถึงแดชบอร์ด WordPress เพื่อจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ได้ง่าย
ส่วนผู้ที่เลือกโซลูชันแบบมีบริการรับฝากโฮสต์ให้ ก็สามารถสมัครบัญชีที่ WordPress.com และเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมได้ ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะจัดการรายละเอียดด้านเทคนิคทั้งหมด ช่วยให้ผู้สร้างสามารถมุ่งเน้นไปยังการสร้างเนื้อหาผ่านเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ที่ใช้งานง่ายได้ดี
4. เลือกธีม
หลังจากตั้งค่า WordPress แล้วจะสามารถเลือกธีมที่เหมาะกับสไตล์และฟังก์ชันการทำงานของเว็บไซต์ได้ โดยไม่ว่าจะเป็น WordPress.org หรือ WordPress.com ก็มีธีมที่ปรับแต่งได้หลากหลาย
โดยจากแดชบอร์ด WordPress สามารถเลือกธีมและเริ่มปรับแต่งให้ตรงกับเอกลักษณ์แบรนด์ได้โดยตรง ทั้งเปลี่ยนสี เลย์เอาต์ และฟอนต์โดยใช้ตัวปรับแต่ง และดูการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์
5. ตั้งค่าปลั๊กอินที่จำเป็น
จากแดชบอร์ด WordPress ยังจะสามารถค้นหา ติดตั้ง และตั้งค่าปลั๊กอิน เพื่อเริ่มต้นได้อีกด้วย ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วควรพิจารณาติดตั้งปลั๊กอินสำหรับ SEO ความปลอดภัย และการสำรองข้อมูล โดยปลั๊กอินแต่ละตัวจะมีการตั้งค่าที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรใช้เวลาตั้งค่าแต่ละตัวตามความต้องการ วิธีนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ทำให้ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และการดำเนินงานหลังบ้านได้เป็นอย่างดี
6. เผยแพร่เนื้อหา
ท้ายสุดควรสร้างและเผยแพร่เนื้อหาเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นบล็อกโพสต์ หน้า Landing Page หรือฟอร์มติดต่อ จากแดชบอร์ด WordPress โดยให้คลิกที่ Posts เพื่อเพิ่มโพสต์ WordPress ใหม่ หรือ Pages เพื่อสร้างหน้าเว็บไซต์ใหม่ และใช้ block editor เพื่อเพิ่มข้อความ รูปภาพ และสื่ออื่นๆ ลงในเนื้อหา และเมื่อพอใจแล้วก็จะสามารถกด Publish เพื่อให้เนื้อหาถูกเผยแพร่นั่นเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ WordPress
WordPress คืออะไร อธิบายสำหรับมือใหม่
WordPress คือเครื่องมือยอดนิยมสำหรับสร้างเว็บไซต์โดยไม่ต้องรู้วิธีเขียนโค้ด เป็นระบบจัดการเนื้อหา (CMS) ซึ่งเป็นวิธีง่าย ๆ ในการจัดการเนื้อหาทั้งหมดของเว็บไซต์ เช่น ข้อความและรูปภาพ ใช้ธีมเพื่อเปลี่ยนการออกแบบและเลย์เอาต์ และเพิ่มปลั๊กอินเพื่อรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น ตะกร้าสินค้าหรือแกลเลอรีรูปภาพ
WordPress เหมาะกับมือใหม่หรือไม่
ในทำนองเดียวกับ Shopify และ Squarespace WordPress เหมาะกับมือใหม่ เนื่องจากมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและไ้ด้รับการสนับสนุนจากชุมชนที่กว้างขวาง
WordPress ใช้ฟรีหรือไม่
WordPress ใช้งานได้ฟรี เนื่องจากเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แต่อาจมีค่าใช้จ่ายสำหรับการโฮสต์ การจดทะเบียนโดเมน รวมถึงธีมหรือปลั๊กอินพรีเมียม
สามารถใช้ Shopify กับ WordPress ได้หรือไม่
ได้ โดยปลั๊กอินอย่างเป็นทางการของ Shopify สำหรับ WordPress สามารถช่วยให้เพิ่มสินค้าลงในหน้าหรือโพสต์ใดก็ได้บนเว็บไซต์ จึงจะสามารถใช้เว็บไซต์ WordPress ที่มีอยู่สำหรับเนื้อหา และพึ่งพาระบบชำระเงินที่ทรงพลังและคอนเวิร์สชันสูงของ Shopify เพื่อจัดการทุกการขายได้
ข้อเสียของ WordPress คืออะไร
ความนิยมของ WordPress ทำให้ตกเป็นเป้าของแฮกเกอร์ ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังต้องมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ ธีม และปลั๊กอินบ่อยครั้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาความเข้ากันได้และบางครั้งอาจทำให้เว็บไซต์เสียหายได้ รวมถึงการใช้ปลั๊กอินมากเกินไปก็ยังสามารถส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ทำให้โหลดช้าสำหรับผู้เข้าชมด้วย


