Shopify เทียบกับ WordPress

Shopify เทียบกับ WordPress 2026 ตัวเลือกใดดีกว่าสำหรับร้านค้าออนไลน์ของคุณ

Shopify มอบโซลูชันสำเร็จที่พร้อมใช้งานทันทีให้กับผู้ค้า ทำให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจร้านค้าออนไลน์แบบมีโฮสต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยฟีเจอร์การป้องกันการทุจริตและการรักษาความปลอดภัยในตัว

คุณตกลงที่จะรับอีเมลการตลาด Shopify

เพราะเหตุใดจึงควรเลือก Shopify เมื่อเทียบกับ WordPress

ตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์ระหว่าง Shopify กับ WordPress
ฟีเจอร์สำคัญWordPressShopify
รวมการโฮสต์WordPress
รวมอยู่ด้วย
Shopify
รวมอยู่ด้วย
โปรแกรมแก้ไขรูปลักษณ์WordPress
รวมอยู่ด้วย
Shopify
รวมอยู่ด้วย
ใบรับรอง SSL ฟรีWordPress
รวมอยู่ด้วย
Shopify
รวมอยู่ด้วย
ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงWordPress
รวมอยู่ด้วย
Shopifyให้บริการเป็นภาษาอังกฤษ 24 ชั่วโมง
การดูแลรักษาเว็บไซต์โดยอัตโนมัติWordPress
รวมอยู่ด้วย
Shopify
รวมอยู่ด้วย
CMS ในตัวWordPress
รวมอยู่ด้วย
Shopify
รวมอยู่ด้วย

เริ่มการขายกับ Shopify วันนี้

ลองใช้ Shopify ฟรี และสำรวจเครื่องมือและบริการทั้งหมดที่คุณต้องการในการเริ่มต้น ดำเนินการ และขยายธุรกิจของคุณ

คุณตกลงที่จะรับอีเมลการตลาด Shopify

10 สิ่งที่ Shopify ทำได้เมื่อเทียบกับ WordPress

เครื่องมืออีคอมเมิร์ซในตัว

ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง WordPress และ Shopify คือ WordPress เป็นซอฟต์แวร์สร้างคอนเทนต์แบบโอเพนซอร์ซที่ใช้งานฟรี ซึ่งคุณต้องนำไปติดตั้งบนเว็บโฮสต์ ขณะที่ Shopify เป็นแพลตฟอร์มพาณิชย์แบบโฮสต์ที่มีระบบอีคอมเมิร์ซในตัว หากต้องการขายสินค้าบน WordPress ร้านค้าจะต้องเพิ่มปลั๊กอินอย่าง WooCommerce เข้าไป

โซลูชันที่มีการโฮสต์

แผนบริการทุกแพ็กเกจของ Shopify มาพร้อมเว็บโฮสติ้งแบบไม่จำกัด คุณจึงไม่ต้องยุ่งยากกับการตั้งค่าบริการโฮสติ้งแยกต่างหาก ส่วน WordPress เป็นซอฟต์แวร์ที่คุณต้องนำไปติดตั้งบนเว็บโฮสต์ที่เลือกเอง หรือใช้งานผ่านผู้ให้บริการโฮสต์อย่าง WordPress.com

เริ่มใช้งานได้รวดเร็ว

Shopify เป็นโซลูชันสำเร็จที่พร้อมใช้งานได้ทันที ซึ่งช่วยให้เจ้าของร้านสามารถสร้างเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อที่พวกเขาจะได้โฟกัสกับการสร้างยอดขาย ด้วยเครื่องมือแก้ไขธีม การโฮสต์และโดเมนย่อยรวมอยู่ในตัว พร้อมทั้งฟีเจอร์อื่นๆ Shopify จึงตั้งค่าได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

การสมัครใช้งานที่ง่ายดาย

Shopify มีแผนบริการให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ Basic, Grow, Advanced และ Plus โดยทุกแผนไม่มีค่าธรรมเนียมการสร้างและให้คุณเพิ่มสินค้าได้ไม่จำกัด สำหรับซอฟต์แวร์ WordPress นั้นใช้งานฟรี ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน WordPress ของคุณจึงขึ้นอยู่กับโฮสติ้ง โดเมน ธีม และปลั๊กอินที่คุณเลือกใช้

ปรับแต่งได้ง่าย

เมื่อเปรียบเทียบ Shopify กับ WordPress แล้ว Shopify เปิดโอกาสให้คุณปรับแต่งเว็บไซต์ได้แม้ว่าคุณจะไม่รู้วิธีเขียนโค้ดก็ตาม ใช้ Shopify อัปเดตการจัดวางตัวอักษร สี และเค้าโครงของหน้าทั้งหมด และหากคุณรู้วิธีเขียนโค้ด ก็สามารถใช้ไฟล์ HTML และ CSS ได้อย่างง่ายดาย

ความปลอดภัยที่ติดตั้งภายในตัว

ร้านค้าทุกแห่งที่ใช้งานบน Shopify จะรองรับมาตรฐาน PCI โดยค่าเริ่มต้น และทุกโดเมนที่คุณเพิ่มใน Shopify จะได้รับใบรับรอง TLS (SSL) ฟรี

รวมโดเมนย่อยในตัว

เมื่อใช้ Shopify ร้านค้าของคุณจะได้รับที่อยู่ .myshopify.com ฟรี นอกจากนี้คุณยังสามารถซื้อโดเมนแบบกำหนดเองผ่านทาง Shopify หรือจะเชื่อมต่อกับโดเมนที่คุณมีอยู่แล้วก็ได้เช่นกัน

ฟีเจอร์อีเมลในตัว

Shopify มาพร้อมเครื่องมือการตลาดผ่านอีเมล คุณจึงสามารถสร้างแคมเปญอีเมลและการตลาดอัตโนมัติได้ง่ายๆ จากส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณ

การซ่อมบำรุงไซต์ที่น้อยกว่า

เนื่องจาก Shopify เป็นแพลตฟอร์มแบบโฮสต์ ระบบจึงจัดการอัปเดตต่างๆ ให้คุณโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ที่ใช้งาน WordPress.com แผนบริการต่างๆ จะครอบคลุมการอัปเดต WordPress แบบอัตโนมัติไว้แล้ว

เครื่องมือ GDPR

การปฏิบัติตามข้อกำหนด GDPR ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ขายแต่ละราย ซึ่งแพลตฟอร์มของ Shopify ก็มาพร้อมฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการร้านค้าได้ตรงตามข้อกำหนดของ GDPR

เพราะเหตุใดผู้ขายถึงชอบใช้ Shopify มากกว่า WordPress

แอปที่แสดงให้ลูกค้าเห็น

ร้านค้า Shopify สามารถเข้าถึงตัวนักช้อปได้ผ่าน Shop ซึ่งเป็นแอปสำหรับลูกค้าจาก Shopify ที่ช่วยให้ลูกค้าค้นพบแบรนด์ต่างๆ ชำระเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และติดตามพัสดุของตนได้อย่างสะดวกสบาย

ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

ทีมให้ความช่วยเหลือของ Shopify พร้อมดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในทุกแผนบริการ และมีบริการไลฟ์แชทสำหรับแผน Basic นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าถึงเอกสารประกอบสำหรับความช่วยเหลือ สัมมนาผ่านเว็บ และคอร์สเรียนออนไลน์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำธุรกิจได้ตลอดเวลา

การทดลองใช้งานฟรี

เริ่มต้นใช้ Shopify ด้วยการทดลองใช้งานฟรี 3 วันโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เพื่อให้คุณมีเวลาออกแบบร้านค้าของคุณบนที่อยู่ .myshopify.com ที่ให้มาฟรี ก่อนตัดสินใจเลือกแผนบริการที่ต้องการ

ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ด้านเทคนิคมากนัก

ตัวแก้ไขธีมของ Shopify ช่วยให้คุณออกแบบและปรับแต่งร้านค้าของคุณได้ดั่งใจ แม้จะไม่มีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดก็ตาม

รองรับผู้ให้บริการการชำระเงินกว่า 100 ราย

เรามี Shopify Payments ที่พร้อมใช้งานในตัว อีกทั้งคุณยังสามารถเลือกใช้ผู้ให้บริการการชำระเงินภายนอกได้อีกกว่า 100 ราย

ฟีเจอร์ SEO ในตัว

Shopify มีฟีเจอร์ SEO ในตัวเพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณติดอันดับบนเครื่องมือค้นหา Shopify มีระบบจัดการเนื้อหาเช่นเดียวกับ WordPress เพื่อให้คุณสามารถสร้างเนื้อหาบล็อกเพื่อเพิ่มจำนวนหน้าบนเว็บไซต์ของคุณได้ นอกจากนี้ Shopify ยังมีฟีเจอร์ให้คุณใส่ชื่อเมตา คำอธิบาย และข้อมูลอื่นๆ ลงในเว็บเพจของคุณได้

ระบบ POS ที่เป็นกรรมสิทธิ์

Shopify POS เป็นระบบขายหน้าร้านโดยเฉพาะของ Shopify ซึ่งรวบรวมทั้งยอดขายออนไลน์และการขายที่หน้าร้านมาไว้ในที่เดียว โดยแผนบริการทุกแพ็กเกจของ Shopify จะรองรับการขายที่หน้าร้านตามร้านค้าป๊อปอัพและงานอีเวนต์ต่างๆ ด้วยเช่นกัน

การป้องกันการฉ้อโกงในตัว

เมื่อใช้ Shopify Payments ระบบวิเคราะห์การหลอกลวงในตัวจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรจัดการคำสั่งซื้อนั้นหรือไม่ โดยคุณจะเห็นสาเหตุที่ทำให้ระบบแจ้งเตือน เช่น ที่อยู่ที่จัดส่งไม่ตรงกับที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงิน พร้อมประเมินให้ทราบว่ามีความเสี่ยงในระดับต่ำ ปานกลาง หรือสูง

การดูแลรักษาเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

Shopify เป็นผู้จัดการเรื่องการอัปเดตแพลตฟอร์มให้คุณ ร้านค้าของคุณจึงสามารถออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่องแม้ในขณะที่มีการอัปเดตระบบ

เราใช้เวลาเพียง 3 ปีในการทำสิ่งที่แบรนด์จำนวนมากไม่สามารถทำได้ใน 10 ปี

Cee Cee’s Closet NYC

Chioma

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Shopify

เปรียบเทียบ Shopify

ดูว่า Shopify เป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ

ชุมชน Shopify

เรียนรู้จากเจ้าของธุรกิจบนกระดานสนทนาของ Shopify

ศูนย์ช่วยเหลือของ Shopify

หาคำตอบสำหรับคำถามเกี่ยวกับ Shopify ทั้งหมดที่คุณมีอย่างรวดเร็ว

เริ่มการขายกับ Shopify วันนี้

ลองใช้ Shopify ฟรี และสำรวจเครื่องมือและบริการทั้งหมดที่คุณต้องการในการเริ่มต้น ดำเนินการ และขยายธุรกิจของคุณ

คุณตกลงที่จะรับอีเมลการตลาด Shopify

คำถามที่พบบ่อย

Shopify กับ WordPress แตกต่างกันอย่างไร

WordPress เป็นซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ซสำหรับสร้างคอนเทนต์ที่ให้คุณใช้งานได้ฟรี โดยต้องนำไปติดตั้งบนเว็บโฮสต์ และคุณสามารถเพิ่มระบบอีคอมเมิร์ซได้ด้วยการใช้ปลั๊กอินอย่าง WooCommerce ขณะที่ Shopify เป็นแพลตฟอร์มพาณิชย์แบบโฮสต์ โดยทุกแผนบริการจะมาพร้อมร้านค้าออนไลน์ ระบบการชำระเงิน และให้คุณเพิ่มสินค้าได้ไม่จำกัด อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การตั้งค่าส่วนลด บัตรของขวัญ และการวิเคราะห์การหลอกลวง นอกจากนี้ คุณยังสามารถสร้างและดูแลบล็อกบน Shopify ได้อีกด้วย

จะโอนย้ายจาก WordPress ไปยัง Shopify ได้อย่างไร

แอปย้ายข้อมูลร้านค้าที่ให้บริการฟรีของ Shopify จะช่วยนำเข้าข้อมูลสินค้าและลูกค้าบน WooCommerce ของคุณผ่านไฟล์ CSV ที่ส่งออกจากระบบของ WooCommerce นอกจากนี้ คุณยังสามารถย้ายข้อมูลประวัติคำสั่งซื้อได้ด้วยแอปย้ายข้อมูลจาก Shopify App Store หรือผ่านทาง Shopify Partner

ฉันสามารถขายอีบุ๊กบน Shopify ได้หรือไม่

ทำได้แน่นอน คุณสามารถขายอีบุ๊กและสินค้าดิจิทัลอื่นๆ บน Shopify ได้ และหากคุณมีเว็บไซต์ WordPress อยู่แล้ว คุณก็สามารถนำสินค้าบน Shopify ของคุณไปขายบนเว็บไซต์ดังกล่าวได้ผ่านทางปลั๊กอินของ Shopify หรือเพียงแค่ใช้ปุ่มซื้อ

วิธีใช้ปุ่มซื้อของ Shopify บน WordPress

คุณสามารถใช้ปุ่มซื้อของ Shopify บน WordPress เพื่อขายสินค้าบนเว็บไซต์ WordPress ของคุณได้ โดยคุณจะต้องเพิ่มช่องทางการขายผ่าย "ปุ่มซื้อ" ลงในร้านค้า Shopify ของคุณ จากนั้นคุณจะต้องสร้างปุ่มซื้อและฝังโค้ดลงในไซต์ WordPress ของคุณ

สามารถใช้ปลั๊กอินอะไรในการเชื่อมต่อ WordPress กับ Shopify

ปลั๊กอิน Shopify สำหรับ WordPress เป็นปลั๊กอินที่พัฒนาขึ้นโดย Shopify เพียงแค่คุณติดตั้งและเข้าไปตั้งค่าสินค้าของคุณใน Shopify จากนั้นก็สามารถนำสินค้านั้นไปเพิ่มลงในหน้าเพจและโพสต์บน WordPress ผ่านเครื่องมือแก้ไขของ WordPress ได้เลย

อัปเดตหน้าล่าสุดเมื่อ 8 ตุลาคม 2026

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซตัวใดที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

รับทราบข้อมูลว่าเพราะเหตุใดธุรกิจนับพันจึงย้ายมาใช้ Shopify ทุกปี