ผู้บริโภคมักมองหาสินค้าที่สะท้อนความเป็นตัวเอง โดยนักช้อปราว 36% ชื่นชอบสินค้าที่ปรับแต่งได้ และเกือบครึ่งยอมรอสินค้าที่ถูกทำให้ตรงใจมากขึ้น นอกจากนี้หลายคนยังยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อปรับแต่งสินค้าให้เข้ากับความต้องการเฉพาะบุคคลด้วย
การขายสินค้าปรับแต่งได้จึงจะสามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นขึ้น ไม่ว่าจะเปิดให้ลูกค้าใส่ชื่อลงบนสร้อยคอ หรือเลือกสีเคสโทรศัพท์เอง การปรับแต่งจะทำให้ผู้ซื้อรู้สึกราวกับว่าสินค้าชิ้นนั้นเป็นของตนเองอย่างแท้จริง
อีกทั้งยังเป็นวิธีเพิ่มยอดขายที่ทำได้ไม่ยากสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้วย เพียงอนุญาตให้ลูกค้าปรับดีไซน์ เพิ่มรายละเอียดเฉพาะตัว หรือเลือกฟีเจอร์ตามต้องการ ก็จะสามารถสร้างประสบการณ์แบบพรีเมียมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าต่อออร์เดอร์ และทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ ต่อจากนี้จึงจะเป็นวิธีการสร้างสินค้าแบบปรับแต่งได้ ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับ รวมถึงตัวอย่างจากแบรนด์ต่าง ๆ
สินค้าสั่งทำคืออะไร
ลูกค้าใช้ระบบสั่งทำสินค้าออนไลน์เพื่อทำให้สินค้าเข้ากับความต้องการหรือสไตล์ของตัวเองมากขึ้น โดยอาจกระทำการผ่านการเลือกสี การสลับองค์ประกอบของดีไซน์ การเพิ่มหรือลดฟีเจอร์ของสินค้า หรือกระทั่งการใส่ชื่อ โลโก้ และอักษรย่อ
“หลายคนอาจนึกว่าสินค้าสั่งทำคือการใส่ชื่อหรือรูปลงบนเสื้อยืดเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วเป็นกระบวนการที่ไปได้ไกลกว่านั้นมาก” Dans Rozentāls ผู้จัดการทีม Customer Success ของ Printful กล่าว โดย Printful ช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ออกแบบและจำหน่ายสินค้าแบบสั่งทำออนไลน์ได้ผ่านระบบ Print-On-Demand แบบดรอปชิปปิ้ง
“เราอยากให้เจ้าของธุรกิจคิดเรื่องการปรับแต่งสินค้าเพื่อแฟนคลับกลุ่มหนึ่ง หรือความต้องการของลูกค้าในด้านหนึ่งโดยเฉพาะ เป็นการสร้างความเชื่อมโยงที่จับต้องได้”
Dans บอกว่า ถ้าทำได้ดีสินค้าสั่งทำจะช่วยให้ธุรกิจ “ยืดหยุ่น คล่องตัว และกล้าลองอะไรใหม่ ๆ ซึ่งตรงนี้เองคือโอกาสเติบโตที่ใหญ่ที่สุดของหลาย ๆธุรกิจ”
วิธีสั่งทำสินค้าใน 7 ขั้นตอน
การเพิ่มฟีเจอร์สินค้าแบบปรับแต่งได้ลงในร้านค้า Shopify ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เนื่องจากหากมีเครื่องมือที่เหมาะสม การเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกแบบเฉพาะตัวก็จะสามารถทำได้ง่าย
โดยต่อไปนี้คือวิธีการสร้างสินค้าแบบปรับแต่งได้บน Shopify ง่าย ๆใน 7 ขั้นตอน
1. เลือกสินค้าที่จะทำการปรับแต่ง
เริ่มจากสินค้าที่จะได้ประโยชน์จากการสั่งทำแบบเฉพาะบุคคล เช่น เสื้อผ้า แก้วน้ำ หรือเคสโทรศัพท์ ซึ่งก่อนเปิดขายสินค้าเหล่านี้ ก็ควรกำหนดกระบวนการพัฒนาสินค้าให้ชัดเจนก่อน โดยจะเลือกใช้สินค้าที่มีอยู่เดิม หรือจะเพิ่มสินค้าใหม่ผ่าน Products > Add product ก็ได้
เริ่มต้นได้ง่าย ๆเพียงเพิ่มสินค้าใหม่หรือเลือกสินค้าที่มีอยู่
2. เปิดใช้ Variants หรือช่องสำหรับการปรับแต่ง
ใช้ Variants ที่มีอยู่เดิมใน Shopify เพื่อให้ลูกค้าเลือกข้อปรับแต่งพื้นฐานได้ เช่น ขนาด สี และวัสดุ
เพิ่มตัวเลือกการปรับแต่งแบบพื้นฐานได้ง่าย ๆ ด้วย Shopify
3. ใช้แอปปรับแต่งสินค้า
หากต้องการการปรับแต่งที่ซับซ้อนขึ้น เช่น เพิ่มชื่อ วันที่ ข้อความ หรืออัปโหลดรูปภาพ อาจต้องใช้งานแอปสำหรับการปรับแต่งสินค้าโดยตรง
ต่อไปนี้คือ 3 แอปยอดนิยมที่เจ้าของธุรกิจบน Shopify ใช้สำหรับการปรับแต่งแบบละเอียด
- Customily เหมาะสำหรับสินค้าของขวัญและสินค้าแบบ Print-On-Demand ทำให้ลูกค้าสามารถเพิ่มข้อความ คลิปอาร์ต หรือรูปภาพได้ พร้อมพรีวิวสินค้าแบบเรียลไทม์ ทำให้เห็นภาพสินค้าแบบไฟนอลได้ทันที
- Teeinblue Product Personalizer เป็นแอปที่ครบเครื่องแต่ใช้งานไม่ยาก ช่วยให้ลูกค้าสร้างสินค้าแบบสั่งทำได้อย่างไม่จำกัด เหมาะกับธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องประดับ มีทั้งพรีวิวดีไซน์แบบไดนามิก รวมถึง Conditional Logic ขั้นสูง
- Zepto Product Personalizer เป็นอีกตัวเลือกที่ยืดหยุ่นสูง มีพรีวิวแบบเรียลไทม์ ปรับฟอนต์ได้ รวมถึงรองรับภาพหลายเลเยอร์ ช่วยให้ประสบการณ์การปรับแต่งเป็นธรรมชาติและใช้งานง่าย

4. เพิ่ม Conditional Logic
บางแอปรองรับการทำงานแบบ Conditional Logic ซึ่งจะแสดงหรือซ่อนตัวเลือกตามสิ่งที่ลูกค้าเลือกไว้ก่อนหน้า เช่น ถ้าลูกค้าเลือก “สลักข้อความ” ก็จะแสดงช่องให้กรอกข้อความ แต่หากไม่เลือก ช่องนั้นก็จะไม่แสดงขึ้นบนจอแสดงผล โดยวิธีนี้จะช่วยให้หน้าสินค้าดูสะอาดและใช้งานง่ายขึ้น
แก้วสีขาวแบบปรับแต่งได้พร้อมรูปสุนัขพันธุ์ค็อกคาปู
5. พรีวิวและทดสอบสินค้า
ก่อนเปิดขายจริงควรเข้าไปที่หน้าร้านและทดลองทำตามขั้นตอนการปรับแต่งเสมือนลูกค้าจริง โดยควรทดสอบทุกช่องที่จำเป็นจะต้องกรอกข้อมูล ทั้งข้อความ การอัปโหลดรูป รวมถึงเมนูดรอปดาวน์
ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการซื้อขายราบรื่น ควรตรวจสอบอีกครั้งว่ารายละเอียดการปรับแต่งในตะกร้า ขั้นตอนชำระเงิน รวมถึงอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อแสดงขึ้นอย่างถูกต้องหรือไม่
6. ปรับหน้าสินค้าให้ง่ายต่อการใช้งาน
ทำให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งสินค้าได้อย่างง่ายดายที่สุด โดยอาจระบุชื่อตัวเลือกแต่ละจุดให้ชัดเจน พร้อมแนบคำแนะนำที่เหมาะสมในรายละเอียดสินค้า รวมถึงเพิ่มภาพตัวอย่างหรือ mockup เพื่อให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพว่าสินค้าจริงจะออกมาในรูปแบบไหนด้วย ซึ่งประสบการณ์ที่ลื่นไหลและเข้าใจง่ายจะช่วยลดแรงเสียดทานและเพิ่มอัตราคอนเวิร์สชันจากหน้าเว็บไซต์เป็นยอดขายจริงได้
7. วางระบบการขนส่งให้พร้อม
ควรมั่นใจว่าทีมงานที่จัดการการขนส่งสินค้าหรือพาร์ตเนอร์ Print-On-Demand จะได้รับรายละเอียดการปรับแต่งที่ครบถ้วนในทุกออร์เดอร์ ซึ่งแอปปรับแต่งหลายตัวสามารถส่งต่อข้อมูลนี้ผ่านช่องข้อความเพิ่มเติมของแต่ละออร์เดอร์หรือช่อง metadata ต่างหากได้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ควรทดลองสั่งตัวอย่างสัก 2-3 ออร์เดอร์เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีข้อมูลตกหล่นระหว่างทาง
ข้อดีของการขายสินค้าสั่งทำในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
- โอกาสทำกำไรได้มากขึ้น
- เพิ่มความภักดีต่อแบรนด์
- สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
- ลดความเสี่ยงเรื่องสต๊อก
- เร็วและคล่องตัวกว่าเดิม
- เข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ข้อดีหลักของการทำสินค้าปรับแต่งได้มีดังนี้
โอกาสทำกำไรได้มากขึ้น
การปรับแต่งสินค้าถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ เนื่องจากสินค้าทั่วไปที่ใคร ๆ ก็มี อาจดูธรรมดา แต่หากเพิ่มการปรับแต่งเฉพาะบุคคลเข้าไป สินค้าชิ้นนั้นก็จะพิเศษและไม่เหมือนใคร จึงเป็นเหตุผลที่ลูกค้าจำนวนมากยอมจ่ายราคาที่สูงขึ้นและส่งผลให้ยอดขายเพิ่มตามไปด้วย
Dans ยกตัวอย่างว่า เสื้อยืดธรรมดาอาจขายได้ในราคาไม่กี่ดอลลาร์ แต่หากผู้ซื้อสามารถเลือกทรงคอ ความยาวแขน สี รวมถึงพิมพ์ดีไซน์ที่ต้องการลงไปได้ เสื้อยืดราคา $5 ตัวนั้นก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทันที
“ผมเคยเห็นลูกค้าขายเสื้อยืดแบบ Print-On-Demand ได้ราคาถึง $80” Dans กล่าว “มันขึ้นอยู่กับวิธีทำการตลาด ชุมชนที่สื่อสารด้วย รวมถึงคุณค่าที่แบรนด์มอบให้”
เพิ่มความภักดีต่อแบรนด์
เมื่อลูกค้าได้สิ่งที่ตรงใจจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบไซซ์ครึ่งพร้อมเชือก 2 สี หรือถุงเท้าที่มีรูปหน้าลูกน้อย ความภักดีต่อแบรนด์ก็จะสามารถเพิ่มขึ้นได้และอาจนำไปสู่การสั่งซื้อซ้ำรวมถึงการสร้างฐานลูกค้าประจำ
“ลูกค้าจะรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจตัวตนของตัวเองและอยากมอบสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดให้” Dans กล่าว “ดังนั้นก็เลยจะกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อ เพราะรู้สึกว่าแบรนด์นี้เข้าใจตนเองจริง ๆ”
สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
การทำ personalization เป็นจุดต่างที่ชัดเจน เปลี่ยนสินค้ามาตรฐานให้กลายเป็นข้อเสนอสินค้าที่ไม่เหมือนใครและหาไม่ได้จากที่อื่น ถ้าลูกค้าเลือกสีสมุดได้ เลือกห่วงเข้าเล่มได้ เลือกรูปแบบหน้ากระดาษได้ รวมถึงเลือกสีฟอยล์ของอักษรย่อได้ สิ่งที่ได้ก็ไม่ใช่สมุดทั่วไป แต่เป็นสินค้าที่พิเศษจริง ๆ
ลดความเสี่ยงเรื่องสต๊อก
สมมติว่าฤดูกาลนี้สีม่วงไม่โดนใจลูกค้า หากผลิตสินค้าแบบล็อตใหญ่ ก็อาจเหลือหมวกแก๊ปสีม่วงกองอยู่ในสต๊อก แต่หากผลิตตามออร์เดอร์ ก็จะทำหมวกสีม่วงเฉพาะเมื่อมีลูกค้าสั่งแล้วเท่านั้น
แม้ต้นทุนต่อชิ้นของสินค้าสั่งทำมักสูงกว่าสินค้าที่ผลิตเป็นล็อตใหญ่ แต่การผลิตแบบตามสั่ง (On-Demand) จะช่วยตัดค่าใช้จ่ายด้านการสต๊อกสินค้าออกไปได้ และหากใช้บริการของพาร์ตเนอร์ Print-On-Demand ในการผลิตและจัดส่งสินค้า ก็ยังจะสามารถเลิกจัดการสต๊อกเองไปได้โดยสิ้นเชิงด้วย นอกจากนี้ หากจำหน่ายสินค้าจากแบรนด์อื่นผ่านเครือข่ายซัพพลายเออร์ เวลาที่ประหยัดได้ก็จะสามารถนำไปขยายไลน์สินค้า สร้างไลน์สินค้าใหม่ หรือเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้
“บางครั้งคนก็จะเอาโมเดล On-Demand ไปเทียบกับการผลิตล็อตใหญ่ แล้วพอดูแค่ต้นทุนสินค้าก็จะบอกว่าแพง” Dans กล่าว “แต่ถ้าเตรียมการผลิตล็อตใหญ่ ก็ยังจะมีต้นทุนพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค ค่าโกดัง ค่าอุปกรณ์ ค่าซ่อม และอีกหลาย ๆ อย่างด้วย เพราะอันที่จริงการจัดการสต๊อกจริง ๆ แล้วก็แพงมาก”
เร็วและคล่องตัวกว่าเดิม
การผลิตแบบ On-Demand ช่วยให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น เพราะแต่ละกลุ่มเป้าหมายมีความต้องการและความสนใจแตกต่างกัน การเปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับแต่งสินค้าจึงจะช่วยให้เข้าถึงตลาดย่อยต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และตอบรับเทรนด์ได้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงกว่าวิถีการทำงานเดิม
“คุณจะสามารถทดลองตัวเลือกกับชุมชนต่าง ๆ ได้ ถ้าเวิร์กและช่วยเพิ่มยอดขายก็ดีไป แต่ถ้าไม่เวิร์กก็ลองอย่างอื่นต่อได้เหมือนกัน” Dans กล่าว “ตรงนี้แหละคือโอกาสที่หลายธุรกิจมีสำหรับการเติบโต ไม่ใช่ยึดติดกับสิ่งที่เคยใช้ได้ผลเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ต้องคล่องตัวและทดสอบสิ่งใหม่ ๆได้อยู่เสมอ”
เมื่อธุรกิจขยับตัวได้เร็ว ก็จะเกาะกระแสได้ทัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากหากสั่งผลิตล็อตใหญ่ล่วงหน้าเป็นเดือน
“ต้นทุนแฝงจากการพลาดเทรนด์มีสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์บนโซเชียลมีเดียหรือในวงการแฟชั่นก็ตาม” Dans กล่าว “ถ้ายังไม่ได้สั่งของในเดือนมิถุนายน ก็อาจสายเกินไปสำหรับช่วงช้อปปลายปี แต่ถ้าเป็นโมเดล On Demand ก็จะอัปโหลดดีไซน์และเริ่มขายได้ภายใน 5 นาที”
🌟 กำลังมองหาสินค้าขายดีในปี 2026 อยู่หรือเปล่า? ลองดูเทรนด์สินค้าที่กำลังมาแรงเหล่านี้ที่อาจช่วยเพิ่มยอดขายได้ ไม่แน่ เมือกหอยทากอาจเป็นคำตอบของธุรกิจคุณ
เข้าใจลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ทุกครั้งที่ลูกค้าเข้าไปลองปรับตัวเลือกในเครื่องมือจำลองสินค้า (Product Configurator) การตัดสินใจในแต่ละครั้งล้วนสะท้อนความชอบแบบเฉพาะตัว
ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าส่วนใหญ่เลือกอัปเกรดมือจับลิ้นชักของโต๊ะข้างแบบสั่งทำ ก็อาจตั้งให้เป็นตัวเลือกเริ่มต้น หรืออาจตั้งราคาสูงขึ้นก็ได้ และในทางกลับกันหากลูกค้าส่วนใหญ่สนใจจะเพิ่มการสลักชื่อบนกำไลทอง แต่สุดท้ายไม่เลือกก่อนจ่ายเงิน ก็อาจเป็นไปได้ว่าราคาสูงเกินไป
ประเภทของสินค้าปรับแต่งได้
หากกำลังคิดจะจำหน่ายสินค้าปรับแต่งได้ในร้านออนไลน์ ต่อไปนี้คือหมวดสินค้ายอดนิยมที่มีแนวโน้มจะไปได้ดี
เสื้อผ้าแบบ Print-On-Demand
เสื้อยืด เสื้อฮู้ด และหมวก เป็นสินค้าคลาสสิกที่ยังขายได้เสมอ หากเปิดโอกาสให้ลูกค้าใส่ชื่อ คำคมที่ชอบ หรืออัปโหลดดีไซน์เองได้ ตัวเลือกเหล่านี้จะเป็นสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้ง่ายผ่านบริการ Print-On-Demand ที่ดูแลทั้งงานพิมพ์และการจัดส่งให้
เครื่องประดับ
เครื่องประดับแบบเฉพาะตัวเป็นสินค้าที่มีความต้องการต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอใส่อักษรย่อ แหวนสลักข้อความ หรือจี้พลอยประจำเดือนเกิด เพียงมีช่องกรอกข้อความหรือดรอปดาวน์ไม่กี่จุด ลูกค้าก็จะสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความหมายและไม่เหมือนใครได้
Capsul Jewelry เปิดให้ลูกค้าปรับแต่งได้ตั้งแต่วัสดุไปจนถึงบล็อกตัวอักษร
สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง
คนเลี้ยงสัตว์มักชื่นชอบสินค้าพิเศษสำหรับเพื่อนขนฟูของตัวเอง ตั้งแต่ปลอกคอสลักชื่อ ไปจนถึงที่นอนสัตว์เลี้ยง กรอบรูป และชามอาหารแบบสั่งทำ การเปิดให้ปรับแต่งสินค้าเหล่านี้จะช่วยสื่อถึงความใส่ใจได้เป็นอย่างดี
Crown & Paw เปิดให้ลูกค้าออกแบบและปรับแต่งภาพพอร์เทรตสัตว์เลี้ยงได้
เครื่องเขียนและสินค้ากระดาษ
สมุด แพลนเนอร์ และการ์ดถือเป็นกลุ่มสินค้าที่เหมาะสมมากสำหรับการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นชื่อบนปก หรือข้อความเฉพาะด้านใน รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนของใช้ทั่วไปให้กลายเป็นของขวัญที่มีความหมาย
Stationery HQ เปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับแต่งสมุด ไดอารี รวมถึงสมุดลงชื่อในงานแต่งงาน
อุปกรณ์เสริมเทคโนโลยี
เคสโทรศัพท์ ซองใส่โน้ตบุ๊ก และเคส AirPods ล้วนเป็นสินค้ายอดนิยมในการปรับแต่งเฉพาะบุคคล โดยลูกค้าอาจต้องการใส่อักษรย่อหรือรูปภาพ หรือเลือกสีและลวดลายให้สินค้าเหล่านี้เข้ากันได้กับสไตล์ของตัวเอง
Skinit ช่วยให้ลูกค้าอัปโหลดรูปภาพและปรับแต่งอุปกรณ์เสริมเทคโนโลยีได้อย่างง่ายดาย
ตัวอย่างการทำ Product Customization
การปรับแต่งสินค้าในธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะช่วยให้ธุรกิจเติบโต เข้าถึงลูกค้าใหม่ และเปลี่ยนผู้ซื้อให้กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของแบรนด์ได้ดี
ต่อไปนี้คือตัวอย่างร้านค้าบน Shopify ที่ประสบความสำเร็จในด้านดังกล่าว
KaiKini
KaiKini เปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับแต่งชุดว่ายน้ำได้ตั้งแต่ทรงไปจนถึงเนื้อผ้า
รูปร่างของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การซื้อชุดว่ายน้ำสำหรับผู้หญิงจึงเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อทำการสั่งซื้อออนไลน์ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Taryn Rodighiero ก่อตั้ง KaiKini แบรนด์ชุดว่ายน้ำจากฮาวายที่สามารถสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง
หน้าร้านออนไลน์ของ KaiKini มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ให้ลูกค้าสามารถสร้างชุดว่ายน้ำได้ด้วยตนเองผ่านการกรอกสัดส่วนและความชอบลงไปในหน้าเว็บไซต์ เช่น ความต้องการในการปกปิด ไม่ว่าจะเป็นแบบเต็มที่ (“full”) แอบแซ่บ (“cheeky”) หรือ เล็กจิ๋ว (“teeny”) สำหรับกางเกงบิกินี จากนั้นจึงจะเป็นขั้นตอนเลือกผ้าพิมพ์ลายไม่ว่าจะหนึ่งหรือสองลายก็ตามหากเป็นชุดที่ใส่กลับด้านได้ นอกจากนี้ยังจะมีบริการผู้ช่วยเสมือนคอยช่วยเหลือตลอดกระบวนการ ดังนี้เองลูกค้าจึงจะกลายเป็นผู้ออกแบบเองได้ และช่วยให้ได้สินค้าที่มีทรงและสไตล์ที่ตรงกับความต้องการได้จริง ๆ
MyCustomCandy
MyCustomCandy ชวนลูกค้าปรับแต่งลูกอมรูปหัวใจด้วยอีโมจิและข้อความ
ในปี 2013 นักการตลาด Sarah Hannington อยากส่งลูกอมรูปหัวใจสไตล์วาเลนไทน์แบบพิมพ์ข้อความเฉพาะให้ลูกค้ารายหนึ่ง ซึ่งหลังจากการค้นหาอย่างหนักใน Google ก็โน้มน้าวบริษัทแห่งหนึ่งให้ทำให้ได้สำเร็จ แต่ในขณะนั้นบริษัทดังกล่าวยังไม่มีช่องทางอีคอมเมิร์ซเลย
Sarah จึงมองเห็นโอกาสและสร้าง MyCustomCandy ขึ้นเพื่อพิมพ์ลูกอมรูปหัวใจและลูกอมมินต์แบบปรับแต่งเฉพาะบุคคล รวมถึงถุงและกล่องขนมสั่งทำ ตลอดจนบริการส่งขนมตรงถึงผู้รับด้วย
ลูกค้าสามารถใช้ข้อความและรูปภาพของตัวเองสร้างสินค้าเฉพาะตัวสำหรับโต๊ะขนมในงานแต่งงาน โปรโมชั่นองค์กร รวมถึงแคมเปญการตลาด โดย MyCustomCandy เคยให้บริการมาแล้วทั้ง Microsoft, J. Crew, Nintendo, Toyota, Lady Gaga รวมถึง Kim Kardashian
Appointed
Appointed เชี่ยวชาญด้านสมุดโน้ตองค์กรแบบใส่อักษรย่อเฉพาะตัว
Appointed จำหน่ายแพลนเนอร์ สมุดโน้ต ไดอารี ปฏิทิน และเครื่องเขียนในสไตล์เรียบหรูมินิมอล โดยทางแบรนด์เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งสินค้าได้มากน้อยตามต้องการ ซึ่งเมื่อลูกค้าเลือกซื้อจากคอลเลกชันมาตรฐานของ Appointed ก็จะสามารถใช้บริการปรับแต่งสินค้า เพื่อเลือกสีปกผ้าเข้าเล่มหลากหลายแบบ และเลือกใส่อักษรย่อด้วยฟอนต์ serif หรือ sans-serif ก็ได้
ส่วนแบรนด์ที่ต้องการตัวเลือกมากขึ้นก็จะสามารถดูคอลเลกชันที่ปรับแต่งได้ของ Appointed ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเลือกสินค้าขายดี ปรับสี เพิ่มอักษรย่อหรือโลโก้ รวมถึงเลือกกระดาษด้านในไม่ว่าจะเป็นแบบมีเส้น แบบกริด หรือแบบเปล่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินค้าสั่งทำ
ข้อเสียของฟีเจอร์สินค้าสั่งทำ มีอะไรบ้าง
การผลิตและจำหน่ายสินค้าสั่งทำอาจต้องใช้ระบบปฏิบัติการที่ซับซ้อนกว่าการจำหน่ายสินค้าทั่วไป อีกทั้งสินค้าประเภทนี้มักใช้เวลาผลิตนานกว่า และอาจต้องมีการหารือรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้ตรงตามความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังควรจะคำนึงอยู่เสมอว่าสินค้าประเภทนี้มักไม่สามารถคืนได้
จะเปิดให้มีฟีเจอร์สินค้าสั่งทำในร้านออนไลน์ได้อย่างไร
ใช้งานซอฟต์แวร์ปรับแต่งสินค้าและแอป Print-On-Demand เพื่อเปิดขายสินค้าปรับแต่งได้บนร้านค้าอีคอมเมิร์ซ โดย Shopify App Store มีแอปหลายร้อยตัวที่ออกแบบมาสำหรับตัวเลือกสินค้าต่าง ๆ ทั้งสินค้าแบบสั่งทำและ ปรับแต่งเฉพาะตัว รวมถึงการอัปโหลดไฟล์แบบสั่งทำและบริการแบบ Print-On-Demand ด้วย
ตัวอย่างของสินค้าสั่งทำ มีอะไรบ้าง
ตัวอย่างการปรับแต่งสินค้าได้ที่ได้รับความนิยมมีทั้งเสื้อยืดแบบ Print-On-Demand เฟอร์นิเจอร์สั่งทำ เครื่องหนังพร้อมอักษรย่อ และเครื่องประดับแบบปรับแต่งเฉพาะบุคคล

