Packaging Insert คือสื่อหรือของชิ้นเล็ก ๆ ที่แบรนด์ใส่เพิ่มเข้าไปในกล่องพัสดุ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับประสบการณ์ของลูกค้า และใช้เป็นช่องทางสื่อสารเกี่ยวกับแคมเปญหรือโปรโมชันต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด
โดยรวมแล้ว Packaging Inserts เป็นวิธีที่คุ้มค่าและยืดหยุ่นในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ช่วยให้แบรนด์ดูใส่ใจมากขึ้น และสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว
ในคอนเทนต์หน้านี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของ Packaging Inserts แบบสั่งทำที่ได้ผลจริง พร้อมเหตุผลว่าทำไมตัวช่วยเล็ก ๆ แบบนี้ถึงมีประโยชน์กับแบรนด์
Packaging Insert คืออะไร?
Packaging Insert คือของหรือสื่อเพิ่มเติมที่ร้านค้าอีคอมเมิร์ซใส่ลงไปในพัสดุก่อนจัดส่งถึงมือลูกค้า ถือเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ด้านการจัดส่งและการจัดการออเดอร์ให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
Packaging Inserts หรือที่เรียกกันว่า Package inserts มักเป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้คาดหวังมาก่อน และช่วยสร้างความรู้สึกที่ดี รวมถึงความประทับใจให้กับลูกค้าใหม่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับสินค้า
7 แบบ Packaging Insert น่าใช้
1. ทิปส์ดีๆ ในการใช้สินค้า
ทิปส์การใช้งานเป็นหนึ่งใน Packaging Insert ที่ได้ผลที่สุด เพราะช่วยให้ลูกค้าใช้สินค้าได้ถูกวิธีและเห็นผลชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำการใช้งาน เทคนิคเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม หรือแม้แต่วิธีดูแลและทิ้งสินค้าอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
Curology เป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่ใช้แนวทางนี้ได้ดีมาก ในทุกกล่องที่จัดส่ง ลูกค้าจะได้รับคำแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน เช่น วิธีทา ขั้นตอนที่ควรทำ และสิ่งที่ควรสังเกตหากผิวมีอาการไม่ปกติ ซึ่งช่วยลดความสับสนและเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้สินค้า
สิ่งที่ควรคิดให้ครบก่อนทำทิปส์การใช้งาน มีดังนี้
- ใช้ภาษาที่อ่านง่าย เป็นกันเอง และไม่มีเนื้อหาเชิงเทคนิคเกินความจำเป็น
- เลือกรูปแบบเนื้อหาให้เหมาะกับสินค้าและแบรนด์ เช่น สินค้า DIY อาจเน้นข้อควรระวังหรือความปลอดภัยเป็นหลัก
- เลือกวัสดุและงานพิมพ์ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษคราฟต์ การ์ดผิวด้าน หรือการเคลือบ ก็ควรเข้ากับแบรนด์ดิ้ง
2. ส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษ
Packaging Insert ประเภทที่พบได้บ่อยและเข้าใจง่ายที่สุด คือการใส่ส่วนลดหรือดีลพิเศษลงไปในกล่องสินค้า แม้ว่าคุณจะส่งโปรโมชันเหล่านี้ทางอีเมลได้อยู่แล้ว แต่การใส่การ์ดส่วนลดไว้ในพัสดุช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อเสนอ “อยู่ในมือจริง ๆ” ไม่ใช่หลงไปอยู่ในโฟลเดอร์สแปม แถมยังเป็นสิ่งที่ลูกค้าสามารถเก็บไว้เตือนใจให้กลับมาซื้อซ้ำได้อีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นแบรนด์ความงามออนไลน์ คุณสามารถใช้ Packaging Insert หลายแบบร่วมกันเพื่อสร้างความภักดีให้ลูกค้า โดยในหนึ่งออเดอร์อาจใส่การ์ดส่วนลด เช่น โค้ดลด 20% สำหรับการซื้อครั้งถัดไป เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาเลือกแบรนด์ของคุณอีกครั้ง
วิธีที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุดในการทำการ์ดส่วนลดหรือดีลต่าง ๆ สำหรับใส่ในกล่องพัสดุ คือการพิมพ์ในขนาดนามบัตร เพราะเป็นรูปแบบที่ต้นทุนต่ำมาก และหาผู้ให้บริการพิมพ์ได้ง่าย
คุณสามารถใช้บริการอย่าง Overnight Prints หรือแบรนด์พรีเมียมอย่าง MOO แล้วอัปโหลดดีไซน์ของคุณเพื่อสั่งพิมพ์ได้โดยตรง อีกไอเดียหนึ่งคือใส่การ์ดส่วนลด 2 ใบต่อหนึ่งออเดอร์ ใบหนึ่งสำหรับลูกค้า และอีกใบให้ลูกค้านำไปแบ่งปันต่อให้เพื่อน นอกจากนี้ คุณอาจลองทดสอบรูปแบบข้อเสนอที่แตกต่างกัน เพื่อดูว่าลูกค้าตอบรับแบบไหนดีที่สุด
ตัวอย่างข้อเสนอที่นิยมใช้ เช่น
- ส่งฟรีสำหรับการสั่งซื้อครั้งถัดไป
- เครดิตมูลค่า 10 ดอลลาร์ สำหรับออเดอร์ถัดไป
- โค้ดลด 20% สำหรับออเดอร์ถัดไป
- รับของแถมฟรีเมื่อสั่งซื้อครั้งถัดไป
- อัปเกรดสินค้าให้ฟรีในการสั่งซื้อครั้งหน้า
3. สินค้าทดลอง
การใส่สินค้าทดลองลงไปในกล่องพัสดุช่วยยกระดับประสบการณ์การเปิดกล่องได้อย่างมาก ด้วยเหตุผลหลัก ๆ สองข้อ ข้อแรกคือ ในบางกรณีแบรนด์สามารถขอสินค้าทดลองจากซัพพลายเออร์ได้โดยไม่มีต้นทุนเพิ่ม และข้อที่สองคือ สินค้าทดลองเป็นวิธีที่ดีมากในการแนะนำสินค้าใหม่หรือไลน์สินค้าอื่น ๆ ให้ลูกค้าได้ลอง โดยไม่ต้องขายตรง
หากแบรนด์ของคุณมีสินค้าหลายรายการ การใส่สินค้าทดลองลงไปในแพ็กเกจจะช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ลองใช้สินค้าอื่น ๆ ไปพร้อมกัน ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการซื้อซ้ำ แต่ยังช่วยสร้างการบอกต่อแบบปากต่อปาก เพราะลูกค้าหลายคนมักนำสินค้าทดลองไปแบ่งให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวได้ลองด้วย
ในตลาดไทย สินค้าทดลองยังทำงานได้ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในหมวดความงาม อาหารเสริม และสินค้าไลฟ์สไตล์ เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการได้ลองก่อนซื้อและมักตัดสินใจซื้อจากประสบการณ์ตรงมากกว่าคำโฆษณา
4. ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ
คล้ายๆ กับสินค้าทดลอง ของขวัญชิ้นเล็ก ๆ เป็นอีกวิธีที่ช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ โดยไม่ทำให้รู้สึกว่ากำลังถูกขายสินค้าเพิ่มเติม ของขวัญไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าสูง อาจเป็นเพียงสติกเกอร์ โลโก้แบรนด์ หรือของใช้เล็ก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า เพียงเพราะลูกค้าไม่ได้คาดหวัง สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ก็มักสร้างความรู้สึกดีได้เสมอ
Grilla Grills เป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่เข้าใจพลังของ Packaging Insert ได้ดี พวกเขาใส่ของขวัญเล็ก ๆ หลายชิ้นลงไปในกล่อง เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับออเดอร์ และยังใส่การ์ดขอบคุณที่เขียนด้วยลายมือในทุกการสั่งซื้อ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น
ของขวัญเล็ก ๆ เหล่านี้ แม้จะมีต้นทุนไม่สูง แต่ช่วยทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ และยังสอดคล้องกับหลักจิตวิทยาเรื่อง “การตอบแทน” เมื่อได้รับสิ่งดี ๆ โดยไม่คาดหวัง ลูกค้ามักอยากตอบแทนกลับ ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาซื้อซ้ำ การแนะนำต่อ หรือการพูดถึงแบรนด์ในแง่บวก
5. การ์ดขอบคุณแบบเป็นกันเอง
Packaging Insert ที่เรียบง่ายที่สุด ใช้ต้นทุนน้อย และให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากที่สุด คือการ์ดขอบคุณที่เขียนด้วยลายมือ การ์ดเล็ก ๆ ใบเดียวอาจดูธรรมดา แต่กลับเป็นรายละเอียดที่ช่วยสร้างความประทับใจ และทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
การ์ดขอบคุณในกล่องพัสดุจะยิ่งได้ผลมากสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้น เพราะเป็นข้อได้เปรียบที่แบรนด์ขนาดใหญ่ทำได้ยาก เมื่อสเกลธุรกิจใหญ่ขึ้น การใส่ใจในระดับนี้มักหายไป แบรนด์เล็กจึงควรใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างความแตกต่างตั้งแต่วันแรก
ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ The Drinks List ร้านไวน์ออนไลน์ขนาดเล็กที่ใส่โน้ตเขียนมือในทุกออเดอร์ แม้จะเป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ช่วยทำให้ลูกค้าแต่ละคนรู้สึกว่าตัวเองมีตัวตน และได้รับการใส่ใจจริง ๆ จากแบรนด์
เคล็ดลับง่าย ๆ สำหรับการเขียนการ์ดขอบคุณให้ลูกค้า ได้แก่
- หากงบประมาณเอื้ออำนวย เลือกใช้การ์ดหรือกระดาษที่มีคุณภาพดี
- เขียนชื่อของลูกค้าเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว
- กล่าวขอบคุณอย่างชัดเจน พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมคุณถึงส่งการ์ดนี้มา
- ใส่รายละเอียดเล็ก ๆ เกี่ยวกับออเดอร์หรือประสบการณ์ที่คุณประทับใจ (ช่วยให้การ์ดไม่ดูสำเร็จรูป)
- พูดถึงการได้กลับมาพบกันหรือให้บริการลูกค้าอีกในอนาคต
- ปิดท้ายด้วยคำลงชื่อสั้น ๆ ที่เป็นกันเอง เช่น ขอบคุณจากใจ ขอบคุณที่อุดหนุน หรือ ดีใจที่ได้ดูแลออเดอร์นี้
6. ขอรีวิวสินค้า หรือชวนแชร์บนโซเชียล
สำหรับลูกค้าส่วนใหญ่ การได้รับพัสดุถือเป็นจุดสิ้นสุดของการซื้อไปแล้ว นั่นจึงทำให้ Packaging Insert เป็นจุดที่เหมาะมากในการชวนลูกค้าเขียนรีวิวสินค้า หรือแชร์ประสบการณ์การใช้งานบนโซเชียลมีเดีย
แบรนด์อย่าง Frank Body ซึ่งเป็นสครับผิวจากกาแฟ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมบนโซเชียลในแทบทุกจุดสัมผัสกับลูกค้า รวมถึงการใส่การ์ดในกล่อง เพื่อย้ำตัวตนของแบรนด์ และชวนลูกค้าแชร์ประสบการณ์ของตัวเองลงโซเชียล
ผลลัพธ์คือ Frank Body สร้างคอมมูนิตี้แฟน ๆ ขนาดใหญ่ได้สำเร็จ (มียอดผู้ติดตามบน Instagram กว่า 808,000 คน) ซึ่งช่วยสร้าง social proof และเพิ่มการมองเห็นแบรนด์ผ่านเสียงของลูกค้าเอง
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ Slyde Handboards ที่ใช้ Packaging Insert เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าแชร์บนโซเชียล พร้อมแจ้งว่าข้อเสนอส่วนลดจะถูกส่งไปทางอีเมล วิธีนี้ช่วยเชื่อมลูกค้าไปยังอีกหนึ่งช่องทางดิจิทัล และสร้างการมีส่วนร่วมต่อเนื่องหลังการซื้อ
สำหรับตลาดไทย แนวทางนี้ใช้ได้ดีเป็นพิเศษเมื่อเชื่อมกับแพลตฟอร์มที่ลูกค้าใช้จริง เช่น Instagram, TikTok หรือ LINE โดยใช้ข้อความชวนแบบสั้น ๆ เป็นกันเอง และไม่กดดันเกินไป
7. ฟอร์มคืนสินค้า หรือใบส่งคืนสินค้า
แม้การใส่ฟอร์มหรือใบส่งคืนสินค้าลงไปในกล่องอาจฟังดูสวนทางกับการขาย แต่จริง ๆ แล้วเป็นวิธีที่ช่วยสร้างความมั่นใจและความภักดีให้ลูกค้าได้ดีมาก จากข้อมูลของ Statista พบว่า 33% ของลูกค้าต้องการให้มีใบคืนสินค้ามาพร้อมกับออเดอร์ตั้งแต่แรก
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ Warby Parker ซึ่งออกแบบแพ็กเกจให้มีใบส่งคืนสินค้าอยู่แล้ว โมเดลธุรกิจของแบรนด์นี้ตั้งอยู่บนแนวคิดลองได้ คืนง่าย ไม่ยุ่งยาก ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นมาก
การทำฟอร์มคืนสินค้าไม่จำเป็นต้องซับซ้อน คุณอาจใส่เอกสารคืนสินค้าแบบกระดาษลงไปในกล่อง หรือใช้การ์ดเล็ก ๆ ที่ระบุลิงก์เว็บไซต์ อีเมล หรือ LINE OA สำหรับเริ่มขั้นตอนการคืนสินค้าแทน
หากต้องการทำใบส่งคืนสินค้าแบบชำระเงินล่วงหน้า คุณสามารถใช้เครื่องมืออย่าง Shippo หรือเลือกใช้แอป Shopify ที่ช่วยจัดการระบบคืนสินค้าทั้งหมดให้ เช่น
ทำไม Packaging Insert ถึงสำคัญ?
ในทุกการจัดส่ง พัสดุของคุณจะให้ประสบการณ์กับลูกค้าได้อยู่ 3 แบบ คือ ต่ำกว่าที่คาดไว้ พอดีกับที่คาด หรือดีกว่าที่คาดหวังไว้ ซึ่งในความเป็นจริง มีหลายปัจจัยที่คุณควบคุมไม่ได้ เช่น พัสดุถึงช้า ขนส่งล่าช้า หรือสินค้าเกิดความเสียหายระหว่างทาง
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน พัสดุมาถึงตรงเวลา และบรรจุภัณฑ์ช่วยปกป้องสินค้าได้ดี ลูกค้าก็อาจรู้สึกว่า “โอเค ตามที่ควรจะเป็น” แต่สิ่งเล็ก ๆ ที่เพิ่มเข้าไป เช่น ไอเดีย Packaging Insert ที่เหมาะสมต่างหาก ที่ช่วยให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและสร้างประสบการณ์ที่เกินความคาดหวังได้
มาดูกันว่าเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ Packaging Insert เป็นสิ่งสำคัญ มีอะไรบ้าง
- ต้นทุนต่ำ แต่คุ้มค่า Packaging Insert ไม่จำเป็นต้องใช้งบสูง ตัวอย่างส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงสามารถทำได้ในต้นทุนต่ำ แต่ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว
- สื่อสารได้ตรงกลุ่มมาก ผู้รับคือลูกค้าและคุณรู้ด้วยว่าพวกเขาซื้ออะไรไป จึงสามารถออกแบบ Packaging Insert ให้ตรงกับคนที่ได้รับจริง ๆ
- ค่าจัดส่งจ่ายไปแล้ว พัสดุกำลังถูกส่งอยู่แล้ว การใส่ข้อความหรือสื่อเพิ่มเติมลงไปจึงแทบไม่มีต้นทุนเพิ่ม แต่ได้พื้นที่สื่อสารเพิ่มทันที
- เหมาะกับการแนะนำสินค้าอื่น เมื่อรู้ว่าลูกค้าชอบอะไร คุณสามารถใช้ Packaging Insert เพื่อแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องหรือสินค้าเสริมได้อย่างตรงจุด
- ช่วยระบายสินค้าที่ขายยาก สินค้าที่เคลื่อนช้าอาจถูกนำมาใช้เป็นของแถมหรือสื่อการตลาด ซึ่งไม่เพียงช่วยลดสต็อก แต่ยังช่วยเสริมความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิม
- ช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์ ลูกค้ามักกลับมาซื้อซ้ำกับแบรนด์ที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้รับการใส่ใจ และ Packaging Insert คือหนึ่งในวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ
แม้ Packaging Insert จะดูเหมือนเรื่องง่าย แค่ใส่ใบปลิวหรือคูปองลงไปในกล่อง แต่ในความจริงแล้ว ยังมีหลายรูปแบบที่สามารถเพิ่มคุณค่าให้พัสดุ และช่วยสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้มากกว่าที่คิด
ให้ Packaging Insert ช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์
Packaging Insert คือเรื่องของการเพิ่มคุณค่าให้กับการสั่งซื้อของลูกค้า เป็นการให้มากกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง และเลือกข้อเสนอให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าของคุณจริง ๆ ไม่ใช่แค่ใส่อะไรเพิ่มลงไปในกล่องแบบสุ่ม ๆ
เหมือนกับการทำการตลาดแบบตรงทุกรูปแบบ การใช้ Packaging Insert ก็ควรมีการลองผิดลองถูก ทดลองหลายแนวทาง ทั้งรูปแบบของ Insert และข้อเสนอที่แตกต่างกัน เพื่อดูว่าอะไรได้ผลดีที่สุดกับลูกค้าของคุณ เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง คุณจะค่อย ๆ สร้างระบบ Packaging Insert ที่ช่วยเพิ่มทั้งความภักดี ยอดขาย และกำไรให้ธุรกิจได้ในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Packaging Insert
จะออกแบบ Packaging Insert เองได้ยังไง
Packaging Insert มีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การ์ดขอบคุณ ของแถมเล็ก ๆ ไปจนถึงสินค้าทดลอง ไม่มีสูตรตายตัว สิ่งสำคัญคือความคิดสร้างสรรค์และความเหมาะสมกับแบรนด์ ลองดูไอเดียและตัวอย่างจากบทความด้านบน แล้วเลือกแนวทางที่เข้ากับลูกค้าของคุณมากที่สุด
การทำ Product Insert ให้ได้ผล เราควรเริ่มจากอะไร
Product Insert ที่ดีควรดึงความสนใจของลูกค้า และทำให้รู้สึกดีกับแบรนด์ ลองเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร แล้วเลือกประเภทของ Packaging Insert ที่ตอบโจทย์พวกเขา หากทำได้ การใช้มากกว่า 1 แบบในกล่องเดียวกันก็ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ได้เช่นกัน
Custom box inserts คืออะไร
Custom box inserts คือวัสดุหรือโครงภายในกล่องที่ออกแบบมาให้พอดีกับสินค้า เพื่อช่วยยึดและป้องกันสินค้าระหว่างการจัดส่ง วัสดุที่ใช้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เช่น โฟม กระดาษแข็ง หรือพลาสติก
Insert ที่พบได้บ่อยใน Packaging มีอะไรบ้าง
- กระดาษแข็ง
- โฟมกันกระแทก
- กระดาษลูกฟูก
- อินเสิร์ตขึ้นรูป
- การ์ดส่วนลด ใบปลิว การ์ดขอบคุณ


